Tag: เช่ารถขับเอง

ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์เพื่อเช่ารถจากลูกค้ารายหนึ่งในวันนี้ เขาพักอยู่ที่โรงแรมในหาดป่าตอง  เขาได้จองรถเช่าไว้กับบริษัทรถเช่ารายหนึ่งไว้ แต่พอถึงเวลา บริษัทก็ไม่นำรถมาส่งให้โดยไม่มีเหตุผล (ผมก็ไม่อยากซักถามลูกค้ามากนัก) ก็ทำให้เขาค่อนข้างเสียความรู้สึก

อันนี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งครับที่อาจเกิดขึ้นได้หากเลือกเช่ารถกับบริษัทที่ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเวลาเช่ารถก็จำเป็นจะต้องเลือกบริษัทที่ดี ไม่งั้นอาจเกิดปัญหาตามมา และทำให้เสียเวลาด้วย

มีประเด็นหนึ่งที่อยากอธิบาย ณ ที่นี้ครับ รถเช่าไม่เหมือนห้องพักในโรงแรม คือ ห้องพักโรงแรมนั้นไม่หายไปไหน  บางครั้งบริษัทรถเช่าก็เจอลูกค้าบางรายที่ไม่มีความรับผิดชอบ เช่ารถไปแล้ว ไม่นำรถมาคืนตามกำหนด ก็อาจทำให้บริษัทรถเช่าไม่สามารถหารถมาให้ลูกค้าท่านต่อไปทันกำหนด แต่ในกรณีนี้ ก็น่าจะขอความเห็นใจจากลูกค้าได้ครับ

ที่เพียวคาร์เร้นท์ ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ครับ แต่เป็นเพราะความผิดพลาดของตัวผมเองที่ทำ booking หลุด คือลืมไปส่งรถให้ลูกค้า เนื่องจากลืมบันทึกข้อมูลของลูกค้าในสมุดงาน รู้ตัวก็ตอนลูกค้าโทรมา (เกิดขึ้นครั้งเดียวครับ ตั้งแต่ผมรับจองรถมา) ผลก็คือ ลูกค้าต้องรอเราถึง 2 ชั่วโมงกว่าจะได้รถ เราต้องขอโทษลูกค้าเป็นการใหญ่ และเราได้จัดข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้าท่านนั้น ที่ต้องเสียเวลารออันเกิดจากความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยของเรา ในกรณีนี้เราถือว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของผม

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , ,

เป็นเรื่องจริงที่หลายคนมองข้ามครับ จริงๆครับ บางครั้งเราอาจลืมคิด หรือไม่ทันคิดเรื่องนี้ คิดว่าเวลาจะเช่ารถ จะเช่ารถกับบริษัทไหนก็ได้ โดยเฉพาะเราคนไทย จะขอให้ราคาถูกที่สุดแค่นั้นเป็นพอ

จริงๆแล้วการเช่ารถไม่ง่ายเหมือนซื้อสินค้าครับ การซื้อสินค้า ถ้าเรารู้จักสินค้านั้นดีอยู่แล้ว อย่างเช่นจะซื้อผงซักฟอก เราก็สามารถเปรียบเทียบราคาอย่างเดียว เราก็ได้ผงซักฟอกที่เราต้องการในราคาที่ถูกที่สุด แต่การหารถเช่าสักคัน ผมคิดว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ต้องคำนึงถีงเวลาจะเช่ารถ ผมสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประการใหญ่ๆ

1. บริษัทรถเช่า ต้องซื่อสัตย์ เชื่อถือได้

เรื่องนี้ดูผิวเผินอาจเหมือนไม่มีอะไรสำคัญ ยิ่งถ้าเราไม่รู้จักว่าบริษัทไหนเป็นอย่างไร เราก็คิดว่าเช่าบริษัทที่ให้ราคาถูกไว้ก่อนดีกว่า อาจไม่เป็๋นอย่างที่คิดครับ เพราะถ้าบางบริษัทไม่มีความรับผิดชอบ ยกตัวอย่างเช่น ไม่มาส่งรถตรงเวลา ต้องคอยเป็นชั่วโมง แค่นี้ก็อาจทำให้ท่านหงุดหงิด ทำให้การท่องเที่ยวไม่มีความสุข หรืออาจทำให้พลาดนัดสำคัญได้

ผมเคยได้รับรู้เรื่องราวของบางบริษัทที่รับจองรถกับลูกค้าคนหนึ่งไว้ แต่พอมีการจองกับลูกค้าอีกคนหนึ่งซึ่งได้ราคาที่สูงกว่า ก็โทรไปยกเลิกลูกค้าคนแรก หรือไม่ไปส่งรถให้กับลูกค้าคนแรกเลย โดยไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงก็มี เหตุการณ์แบบนี้ ในช่วง Low Season ไม่ค่อยเจอหรอกครับ แต่ในช่วง High Season หรือช่วงปีใหม่ที่นิยมเรียกว่า Peak Period มีโอกาสเกิดขึ้นได้ อันนี้ต้องขอบอกว่าขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของแต่ละบริษัทจริงๆ

เกี่ยวกับรถเช่าแล้ว ถ้าคนไม่ซื่อคิดจะโกง โกงได้หลายรูปแบบครับ เช่น ถ้าตอนรับรถเราไม่ได้ตรวจให้ดี ตอนคืนรถ บริษัทรถเช่าแกล้งบอกว่ารอยขีดข่วนที่เคยมีอยู่เดิมเป็นรอยที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เมื่อเราเช่ารถไป แค่นี้ก็แย่แล้วครับ

2. คุณภาพของรถ
เรื่องคุณภาพรถเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากได้เช่ารถคันที่ไม่ดี นั่นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และจริงๆแล้ว ก่อนที่จะรับมอบรถจากบริษัทรถเช่าทุกครั้ง เราควรจะเช็ครถคร่าวๆว่า ทุกอย่างสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

จากที่ครอบครัวของผมมีประสบการณ์ในการทำรถเช่ามากกว่า 30 ปี ขอบอกได้เลยครับว่าเรื่องการดูแล ตรวจเช็ครถทุกคัน (ขอย้ำว่ารถทุกคัน) ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้จินตนาการนะครับว่า บริษัทรถเช่าส่วนใหญ่ไม่ได้มีรถแค่ 1 หรือ 2 คัน แต่มีรถเป็นสิบๆคัน การที่จะจัดระบบตรวจเช็ค และตรวจสอบรถทุกคันให้อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีอยู่เสมอไม่ง่ายจริงๆ ลองคิดดูว่า ถ้าเราบังเอิญไปเช่ารถคันที่ลืมตรวจเช็คเบรก หรือลมยาง จะเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่างแค่เรื่องเล็กๆ แต่อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้

3. ประกัน และเงื่อนไขการเช่าอื่นๆ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้สองข้อแรก ขับรถที่ไม่มีประกัน หรือมีประกันไม่ถูกประเภท อาจหมายถีงความรับผิดชอบใหญ่หลวงหรือหนี้สินก้อนโตที่รออยู่ข้างหน้า เพียวคาร์เร้นท์ ทำรถเช่ามานาน ลูกค้าไม่น้อยที่เป็นชาวต่างชาติ จึงทำให้เราตระหนักถึงเรื่องการมีประกันอย่างมาก เพราะชาวต่างชาติถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งในการเช่ารถ

ผมเคยเจอลูกค้าหลายคนที่ประมาท เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนขับรถที่มีระเบียบวินัย และไม่เคยเกิดอุบัตเหตุอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยสนใจเรื่องประกัน ผมได้มีโอกาสอธิบายลูกค้าหลายท่านไปว่า มันก็ถูกครับ แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว การที่เราทำประกันนั้น ส่วนหนึ่งเราไว้กันความผิดพลาดของตัวเอง แต่อย่าลืมนะครับ หลายๆครั้งความผิดพลาด หรืออุบัตเหตุที่เกิดขึ้น เราไม่ได้เป็นคนก่อหรือเราไม่ได้รู้เรื่องเลย แต่เรากลับต้องรับผิดชอบ เช่น จอดรถไว้ รถถูกชนแล้วหนี หรือ จอดรถไว้ แล้วรถถูกขโมย ถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้แล้วรถไม่มีประกัน รับรองว่าได้ใช้หนี้ก้อนโตแน่นอนครับ

เดี๋ยวนี้ บริษัทรถเช่าแทบทุกที่ก็บอกว่ามีประกันทั้งนั้น แต่หลายที่ก็ใช้ประกันผิดประเภท เนื่องจากมีค่าเบี้ยประกันถูก ไม่ได้ใช้ประกันเพื่อการพาณิชย์ ท่านก็อาจมีปัญหาได้ถ้าไปเจอบริษัทแบบนี้ หรือบางบริษัท พอรถชนเข้าจริงๆเก็บเงินค่าเสียหายส่วนแรกมากกว่าที่ตกลงกันไว้ก็มี เช่น เก็บค่าจอดซ่อมเพิ่ม หรือค่าอื่นๆ จิปาถะ

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่จะบอกว่า เพียวคาร์เร้นท์ ที่เดียวที่จะเชื่อถือได้ในตลาดรถเช่า ก็มีผู้ให้บริการที่ดีหลายราย แต่ท่านต้องศึกษาและเลือกใช้บริษัทรถเช่าที่เชื่อถือได้ อย่าคำนึงถึงเรื่องราคาค่าเช่ารถเป็นหลัก เพราะท่านอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าหลายเท่าในอนาคต

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

อ่านหัวข้อแล้วอาจจะงงครับ จริงๆแล้วผมมักจจะเจอคำถามว่า การเช่ารถนั้น ราคารวมประกันหรือเปล่า ผมก็มักจะตอบว่า อัตราค่าเช่ารถของเรา (เพียวคาร์เร้นท์) รวมประกันชั้น1 หากเกิดอุบัติเหตุสูญหาย ผู้เช่าจะต้องชำระค่าความเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท ในกรณีรถเราเป็นฝ่ายผิด (ค่าความเสียหายส่วนแรก หรือค่าความรับผิดชอบส่วนแรกนี้ ถ้าใครเคยทำประกันรถยนต์ ก็มักจะคุ้นเคยกับคำว่า ค่าดีดัก หรือ deductible) ค่าความเสียหายส่วนแรกนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทของรถ และขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทรถเช่านะครับว่าจะเก็บเท่าไหร่ ผมคิดว่าส่วนมากมักจะเริ่มต้นจาก 5,000 ถึง 10,000 บาท

ตอนนี้ก็จะมีคำถามตามมาละครับว่า “อ้าว! ไหนว่าเช่ารถรวมประกันชั้นหนึ่ง ทำไมเวลาเกิดอุบัติเหตุ ผู้เช่าต้องรับผิดชอบด้วย” คำถามนี้ถ้าผมเป็นผู้เช่ารถ และไม่เคยเช่ารถมาก่อนเลย ก็อาจจะถามเหมือนกัน แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ในฐานะคนทำธุรกิจรถเช่านั้นการที่รถเกิดอุบัติเหตุ ค่าเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสน แล้วได้เงินมาแค่ 5,000 บาทนั้นเรียกได้ว่าไม่คุ้มกันเลย

ผมจะอธิบายนะครับว่าทำไมจึงต้องมีค่าความเสียหายส่วนแรก… เมื่อเกิดอุบัติหตุขึ้น รถที่เช่าเกิดความเสียหาย บริษัทรถเช่าก็สามารถเรียกร้องให้บริษัทประกันช่วยชำระค่าเสียหายได้ แต่บริษัทรถเช่าก็ต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรกให้กับบริษัทประกัน 1,000 – 2,000 บาท (อัตราในปัจจุบัน พ.ศ.2552) แล้วแต่กรณีการเกิดอับัติเหตุ หลังจากนั้นรถที่เสียหายก็จะถูกนำไปซ่อมในอู่ซ่อมรถ ลองนึกภาพดูนะครับ ตอนนี้เครื่องมือทำมาหากินของเราเข้าไปอยู่ในอู่เสียแล้ว แล้วเราจะเอาอะไรหารายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ฟังแล้วน่าสงสารไหมครับ อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ เคยเจอบางธุริกจรถเช่าที่ปิดไปก็เพราะรถเกิดอุบัติเหตุบ่อยนี่แหละครับ

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องต้นแล้ว ยังมีค่าดำเนินการต่างๆ ค่าลากรถ ในกรณีรถเสียหายหนัก (ซึ่งบางกรณี ไม่สามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันได้เพียงพอ หรืออาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน) และหากมีคดีเกิดขึ้น เราก็ยังต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่สถานีตำรวจและศาล

จริงๆแล้ว ในมุมมองของคนทำธุรกิจรถเช่า ไม่อยากให้รถตัวเองไปชนหรอกครับ เพราะเงินที่ได้จากค่าความเสียหายส่วนแรกมักจะไม่คุ้มกับความเสียหายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งรถที่ชนหนักมา เวลาขายต่อก็ไม่ได้ราคา นับเป็นความสูญเสียอีกอย่างน้อยก็เป็นหลักหมื่นบาท

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

จากประสบการณ์ที่เพียวคาร์เร้นท์อยู่ในธุรกิจรถเช่ามามากกว่า 30 ปี ทำให้เราเจอนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว คนมากมายที่ต้องการเช่ารถทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ แน่นอนครับคนส่วนใหญ่ก็มักจะสนใจเรื่องราคาก่อนอื่นใด แต่ที่แตกต่างกันมากๆระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติคือ ชาวไทยมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับชาวต่างชาติ เรื่องราคามักจะไม่ใช่ประเด็นหลักเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่อง ประกัน

เมื่อชาวต่างชาติต้องการเช่ารถ โดยเฉพาะชาวยุโรป และชาวอเมริกัน มักจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งเรื่องประกัน ก่อนการเช่ารถ เขาจะถามอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องประกัน เช่น ประกันที่เราใช้เป็นประกันประเภทไหน ประกันนี้รวมถึงบุคคลที่ 3 หรือไม่ ถ้ามีคนบาดเจ็บเขาต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ที่เขาต้องถามมากมายนั้นเพราะหากไม่มีประกัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องรับผิดชอบครับ

หากผมจะสรุปในเบื้องต้น หากเราต้องการเช่ารถ เราก็ต้องสนใจเรื่องประกันในประเด็นต่างๆดังนี้
ประกันภัย หรือ ประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันชั้น1 ที่บริษัทรถเช่าทำไว้ เป็นประกันที่ถูกประเภทหรือไม่ ประกันที่ถูกต้องนั้น ต้องระบุในกรมธรรม์ว่าสามารถใช้เพื่อการพาณิชย์ จึงจะสามารถคุ้มครองรถเช่าได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ประกันชั้นหนึ่งที่ทำกับรถยนต์ส่วนบุคคลส่วนใหญ่ก็มักจะทำโดยระบุผู้ขับคนเดียว ประกันประเภทนี้มาใช้กับรถเช่าไม่ได้ครับ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันก็จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ภาระหนี้ทั้งหมดก็จะตกอยู่กับผู้เช่าหรือผู้ขับครับ

จริงๆแล้วเราจะไปขอตรวจสอบรถเช่า ขอดูกรมธรรม์ว่าถูกต้องหรือไม่ก็อาจไม่สะดวก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจริยธรรมของผู้ประกอบการครับ แต่ก็มีฝรั่งบางคนที่ขอดูกรมธรรม์ก่อนเช่ารถก็มีนะครับ

ค่าความเสียหายส่วนแรก เท่าไหร่ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องถามครับ เพราะไม่งั้งเราอาจจะเดือดร้อนหากเกิดอุบัติเหตุ แล้วไม่มีเงินจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรก และบริษัทรถเช่าบางแห่งก็เปิดโอกาสให้ลูกค้าซื้อประกันเพิ่มเติม เพื่อลดหรือยกเลิกค่าเสียหายส่วนแรกได้

มีค่าใช้จ่ายอื่นใดอีกหรือไม่ที่ผู้เช่าต้องจ่ายหากเกิดอุบัติเหตุ ถ้าเช่ารถกับบริษัทรถเช่าที่มีมาตรฐานเหมือนกับมาตรฐานสากลก็มักจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ครับ จะมีผู้ให้บริการบางรายที่มักจะเรียกเก็บค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ หรือเรียกว่า ค่าเสียเวลา หรือ ค่าจอดซ่อม อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่หนักหนาเอาการนะครับ เช่น ถ้าเราเช่ารถราคา 1,000 บาท/วัน ถ้ารถต้องซ่อม 15 วัน บริษัทรถเช่าก็อาจจะเรียกร้องเงินจากลูกค้าเพิ่มอีก 15,000 บาท โอย!! โดนเรียกเก็บเงินแบบนี้ต้องร้องโอยจริงๆครับ

ถ้าอ่านถึงตอนนี้แล้ว ก็น่าจะตระหนักถึงความสำคัญของประกันแล้วใช่ไหมครับ โอเค ท่องให้ขึ้นใจนะครับ “ถ้าจะเช่ารถ ต้องมีประกัน” และต้องเป็นประกันถูกประเภท และเช่ากับบริษัทรถเช่าที่ไว้วางใจได้ ผมเคยได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากผู้เช่ารถที่มีปัญหากับบางบริษัทรถเช่าในยามเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผมก็ช่วยและแนะนำอะไรไม่ได้มาก ก็ต้องคุยกันดีๆ ขอประนีประนอมกันไป ต้องจำไว้นะครับ กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

ถ้าอยากจะเช่ารถนั้นไม่ยากครับ ก่อนอื่นตรวจสอบข้อกำหนดของบริษัทให้เช่ารถแต่ละที่ก่อนว่าเขาต้องการอะไรบ้าง ปกติจะเช่ารถต้องมี
– บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างประเทศ)
– ใบขับขี่
– บัตรเครดิต
– ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

จากนั้นก็ต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เพื่อบริษัที่ให้เช่ารถจะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีรถที่เราต้องการว่างให้เช่าหรือเปล่า และราคาเท่าไหร่ ข้อมูลที่บริษัทรถเช่าทั่วๆไปต้องการคือ
– ประเภทของรถ เช่น ต้องการรถกี่ที่นั่ง เกียร์ธรรมดา หรือ เกียร์อัตโนมัติ
– วันและเวลาที่เริ่มเช่า และสิ้นสุด
– สถานที่ที่ต้องการรับรถ และคืนรถ
ปกติถ้ารู้ข้อมูลข้างต้นแล้ว บริษัทรถเช่า จะสามารถตรวจสอบให้เราได้ว่า มีรถที่ต้องการหรือไม่ และราคาเท่าไหร่ ระยะเวลาการเช่าที่ต่างกัน ราคาก็ต่างกันครับ อีกทั้งช่วงเวลาที่เช่าก็มีผลต่อราคาครับ เช่น ช่วงปีใหม่ ช่วงสงกรานต์ ราคาก็จะสูง

เมื่อเตรียมข้อมูลแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการจอง
– จองทางเว็บไซต์ ถ้าจะเช่ารถที่ภูเก็ต ก็จองได้ที่ http://www.purecarrent.com/
– จองทางโทรศัพท์

เมื่อทำการจองแล้ว ก็ต้องยืนยันการจอง โดยบริษัทรถเช่าก็มักจะขอข้อมูลบัตรเครดิต หรือให้ชำระเงินมัดจำ เพื่อเป็นการประกันการเช่าครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com
Tags: , , ,

ถ้าให้ตอบจากใจผู้ให้บริการรถเช่า ผมคิดว่าคงไม่มีใครอยากเก็บเงินมัดจำหรือทำอะไรให้ยุ่งยากในขั้นตอนการจองหรอกครับ เพราะถ้ายิ่งขั้นตอนการจอง และการเช่ารถ ง่ายและสะดวกเท่าไหร่ ก็จะทำให้ลูกค้าพอใจมากขึ้นเท่านั้น และก็มีโอกาสที่จะได้ลูกค้ามากขึ้นด้วยครับ

แต่ในความเป็นจริง เวลาลูกค้าจะจองรถเช่า บริษัทรถเช่า ก็มักจะขอหมายเลขบัตรเครดิต หรือขอให้โอนเงินมัดจำเพื่อเป็นการประกันการเช่าก่อน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นละครับ จากประสบการณ์ที่ผมทำงานในบริษัทรถเช่า และเคยทำหน้าที่รับจองรถอยู่หลายปี ได้พบปะพูดคุยกับลูกค้าหลายชาติหลายภาษา ก็พบว่าคนทุกชาติทุกภาษาก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี มีทั้งคนที่มีความรับผิดชอบและไม่มีความรับผิดชอบ

ถ้าไม่มีการวางเงินมัดจำใดๆเลย บางคนก็แค่จองรถเอาไว้ แต่ไม่มารับรถ หรือไม่มาเช่าเสียเฉยๆก็มี ฟังดูก็ไม่เห็นน่าจะเสียหายมากมาย เอารถไว้ให้คนอื่นเช่าก็ได้ แต่ถ้าคิดในความเป็นจริงมันไม่ง่ายอย่างงั้นครับ สมมุติว่ามีคนจองรถไว้วันอังคารตอนเช้า นั่นหมายความว่ารถคันนั้นบริษัทรถเช่าจะให้ลูกค้าคนก่อนหน้าเช่าได้ไม่เกินวันจันทร์ตอนเย็น ถ้ามีลูกค้าที่ต้องการเช่าหลายวันบริษัทรถเช่าก็ให้เช่าไม่ได้เนื่องจากรถติดจองอยู่แล้ว พอถึงเวลาเช่า คนที่จองรถไว้ไม่มาเช่า บางครั้งบริษัทรถเช่าก็ยังไม่กล้าให้ลูกค้าคนอื่นเช่า เผื่อว่าคนที่จองรถไว้นั้นเกิดเหตุสุดวิสัยบางอย่างที่ทำให้มาไม่ทันเวลา ถ้ารีบให้คนอื่นเช่าไปก็อาจถูกต่อว่าได้ ว่าทำไม่ไม่เก็บรถไว้ให้ทั้งๆที่จองรถไว้แล้ว แต่ครั้นรอแล้วคนที่จองรถไว้ไม่มารับ มันก็ทำให้บริษัทรถเช่าสูญเสียโอกาสที่จะให้คนอื่นเช่ารถได้ และบางครั้งการสูญเสียโอกาส ไม่ใช่แค่สูญเสียการเช่าไปเพียง 1 วัน หลายครั้งที่ลูกค้าคนอื่นต้องการรถหลายวัน แต่บริษัทก็ให้คนอื่นเช่าไม่ได้เพราะรถถูกจองไว้แล้ว

รถเช่านั้นแตกต่างจากสินค้าอื่นครับ สินค้าอื่นถ้าขายลูกค้าคนแรกไม่ได้ ก็เก็บไว้เผื่อมีลูกค้าคนอื่นมาซื้อก็ขายได้ สำหรับรถเช่านั้น เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็เปรียบเสมือนเงินที่สูญเสียไปครับ เพราะการเช่านั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลา

ในทางกลับกัน ถ้ามองในมุมมองของผู้เช่า และในความเป็นจริง ก็มีครับที่หลายๆคนจองรถและจ่ายเงินมัดจำหรือให้หมายเลขบัตรเครดิตไว้แล้ว แต่บริษัทรถเช่ากลับไม่มีรถให้ในวันรับรถโดยอ้างเหตุผลต่างๆนานา ถึงแม้กับรถเช่ายี่ห้อดังก็เคยมีลูกค้าเจอปัญหานี้เช่นกัน อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของบริษัทรถเช่าแต่ละที่ครับ จริงๆแล้วอาจมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้บ้างครับ อันนี้ไม่ได้แก้ตัวแทนนะครับ ในบางครั้งรถที่ถูกจองไว้อาจเกิดอุบัติเหตุก่อนถึงวันจองไม่กี่วัน ทำให้ไม่สามารถหารถมาทดแทนได้ทัน และถ้าเป็นช่วงเทศกาล ก็ยากที่จะหารถมาแทนให้ได้จริงๆครับ ที่เพียวคาร์เร้นท์เองก็เคยมีปัญหานี้ครับ แต่เราก็สามารถแก้ไขให้ลูกค้ามีรถใช้ได้ ยังไม่เคยพลาด (อันนี้เป็นข้อมูลขณะเขียนนะครับ นับตั้งแต่อดีต ถึงตอนนี้ที่กำลังเขียนอยู่ ปี 2552 ครับ)

ผมคิดว่าบทความนี้อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจจิตใจคนทำธุรกิจรถเช่ามากขึ้นครับ และเข้าใจกระบวนการในธุรกิจรถเช่าด้วยครับ และก็แน่นอนครับ ในธุรกิจรถเช่าก็มีคนทำธุรกิจซึ่งซื่อสัตย์ และคนที่ไม่ดี ไม่ซื่อสัตย์ เหมือนคนในธุรกิจอื่นๆเหมือนกัน

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , ,

การคิดค่าเช่ารถปกติจะคิดเริ่มต้นด้วยระยะเวลาการเช่าอย่างน้อย 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมงครับ ยกตัวอย่างเช่น หากเริ่มต้นเช่ารถจากวันนี้เวลา 15.00 น. ก็สามารถคืนรถวันพรุ่งนี้เวลา 15.00 น. นับเป็นการเช่ารถ 1 วันครับ

มักจะมีคนสงสัยครับว่า ถ้าต้องการใช้รถแค่ไม่กี่ชั่วโมง จะเช่ารถไม่ถึงวันได้หรือเปล่า จริงๆแล้วก็ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดกฎเกณฑ์ของแต่ละบริษัทครับ แต่โดยปกติทั่วไปการเช่ารถขั้นต่ำมักจะต้องมีระยะเวลาการเช่าอย่างน้อย 1 วัน ถ้าเช่าไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็คิดค่าเช่าเท่ากับ 1 วัน หากมีบริษัทรถเช่าบางที่ที่เขาให้บริการเช่ารายชั่วโมง อัตราค่าเช่ารถรายชั่วโมงก็จะสูงเมื่อเปรียบเทียบกับการเช่า 1 วันครับ คงไม่มีบริษัทไหนที่ให้เช่ารถรายชั่วโมง โดยนำอัตราค่าเช่ารายวัน มาหาร 24 แล้วคิดเป็นอัตราค่าเช่ารายชั่วโมงครับ เพราะคิดแล้วคงไม่คุ้มกับต้นทุนการทำธุรกิจ

ถ้าเปรียบเทียบก็อาจจะเปรียบกับโรงแรมที่อยู่ใกล้ท่าอากาศยานที่มักจะมีห้องพักบริการแบบเป็นรายชั่วโมงสำหรับลูกค้าที่ต้องรอต่อเครื่อง อัตราค่าห้องพัก 3-4 ชั่วโมงมักจะเท่ากับ 60-70% ของอัตราค่าห้องพัก 1 คืน หรือหากถ้าท่านพักในช่วงกลางคืน ทางโรงแรมก็ต้องคิดค่าห้องอย่างน้อย 1 คืน

อีกกรณีที่พบบ่อยคือ ถ้าเช่ารถมากกว่า 1 วัน แต่ต้องการคืนรถหลังจากเวลาที่รับรถ จะคิดค่าเช่าอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น หากเริ่มเช่ารถวันนี้เวลา 09.00 น. และต้องการคืนรถพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. จะคิดค่าเช่าอย่างไร อันนี้จริงๆก็ขึ้นอยู่กับกฎของบริษัทรถเช่าแต่ละที่ครับ จากประสบกาณ์ของผม บริษัทรถเช่ามักจะคิดอัตราค่าเช่าของชั่วโมงที่เกิน เท่ากับ 1/5 หรือ 1/6 ของอัตราค่าเช่ารายวัน ยกตัวอย่างเช่น อัตราค่าเช่ารถ 1 วัน เท่ากับ 1,200 บาท/วัน อัตราค่าเช่ารถรายชั่วโมง จะเท่ากับ 240 บาท/ชั่วโมง (ถ้าคิด 1/5 ของอัตราค่าเช่ารถรายวัน) หรือ จะเท่ากับ 200 บาท/ชั่วโมง (ถ้าคิด 1/6 ของอัตราค่าเช่ารถรายวัน)

มักจะมีคนสงสัยครับว่า ทำไมไม่คิดค่าเช่ารายชั่วโมงเท่ากับ ค่าเช่ารายวันหารด้วย 24 ชั่วโมง อันนี้ถ้าถามมือใหม่ก็คงงงครับ ถ้าจะให้ตอบแบบไม่อยากอธิบายมากก็จะบอกว่า “เป็นกฎของบริษัทครับ” แต่ถ้าจะให้ตั้งใจตอบจริงๆแล้ว ทุกอย่างมีหลักการและเหตุผลครับ เหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะช่วงเวลาทำงานครับ คนที่ต้องการเช่ารถ ส่วนมากก็ต้องการเช่ารถหรือต้องการใช้รถในช่วงเวลากลางวันครับ สมมุติถ้าลูกค้าคนหนึ่งเริ่มเช่ารถเวลา 11.00 น. แล้วต้องการคืนรถวันถัดไปเวลา 16.00 น. ก็ยากที่จะหาลูกค้าคนต่อไปมาเช่ารถต่อ ก็ต้องรอจนถึงวันรุ่งขึ้น เหมือนกับเสียเวลาการเช่าไป 1 วัน ทั้งๆที่ลูกค้าคนแรกใช้รถเกินมาแค่ 5 ชั่วโมง

ถ้าเปรียบเทียบกับโรงแรม เวลาที่ต้องคืนห้อง (check out) คือเวลาเที่ยงวัน ถ้าท่านต้องการคืนห้องหลังจากนั้น ทางโรงแรมก็อาจจะอนุโลมให้ไม่เกิน 15.00 – 16.00น. ในกรณีที่มีห้องว่าง แต่ถ้าท่านต้องการคืนห้องหลังจากนั้น ทางโรงแรมก็มักจะคิดค่าห้องเพิ่ม 1 คืน เพราะโรงแรมจะไม่สามารถเก็บห้องนั้นไว้สำหรับลูกค้าคนต่อไปได้ หรืออาจจะยุ่งยากต่อการทำความสะอาดและยุ่งจากต่อระบบการจองห้องพัก

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

หลายคนลังเลในการขับรถในต่างถิ่นครับ จึงไม่แน่ใจว่าจะเช่ารถขับเองหรือเช่ารถพร้อมคนขับดี จริงๆแล้วทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันครับ

ผมคิดว่าปัจจัยแรกๆของการตัดสินใจน่าจะเป็นเรื่องราคา แน่นอนครับ การเช่ารถขับเองย่อมถูกว่าการเช่ารถแบบมีคนขับให้อย่างแน่นอน เพราะไม่ต้องเสียค่าแรงคนขับ และพื้นฐานการคิดราคาทั้งสองแบบก็แตกต่างกันครับ การเช่ารถขับเองปกติจะคิดราคาเป็นรอบ 1 วัน (หรือ 24 ชั่วโมง) ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเช่ารถเริ่มจากวันนี้ เวลา 10.00 น. เราก็สามารถคืนรถวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. นับเป็นระยะเวลาการเช่า 1 วัน โดยราคาค่าเช่าต่อวัน เริ่มต้นตั้งแต่ 1,xxx – 2,xxx บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของรถ ระยะเวลาการเช่า ช่วงเวลาการเช่า (ช่วง High Season หรือ ช่วง Low Season)

แต่ถ้าใช้บริการรถเช่าพร้อมคนขับ ปกติการคิดค่าบริการจะคิดเป็นรายชั่วโมงครับ โดยอาจจะเริ่มต้นคิดค่าบริการจาก 4 ชั่วโมง หรือ 8 ชั่วโมง ส่วนชั่วโมงที่เกินก็คิดค่าบริการเพิ่มเติมเป็นรายชั่วโมงไป ยกตัวอย่างเช่น ค่าเช่ารถ พร้อมคนขับ พร้อมน้ำมัน 2,700 บาท/8 ชั่วโมง ชั่วโมงที่เกิน คิดค่าบริการ 350 บาท/ชั่วโมง ถ้าเราใช้รถตั้งแต่ 10.00 น. – 21.00 น. เขาก็จะคิดค่าบริการ 8 ชั่วโมงแรก 2,700 บาท + ชั่วโมงที่เกิน 3 ชั่วโมง 1,050 บาท รวมเท่ากับ 3,750 บาท

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องความสะดวกในการใช้รถ ถ้าเช่ารถขับเองเราจะไปไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องคอยเกรงใจคนขับรถ

แต่หากต้องการเช่ารถเพื่อติดต่อธุรกิจ ติดต่องานหลายๆที่ และไม่ค่อยชำนาญเส้นทางในจังหวัดภูเก็ต การเช่ารถพร้อมคนขับก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะเราไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทาง และจัดเวลาการทำงานได้ง่าย

หรือหากไปเที่ยวหลายๆคน และต้องใช้รถตู้ ก็แนะนำการเช่ารถพร้อมคนขับครับ เพราะปกติแล้วคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยถนัดที่จะขับรถคันใหญ่ๆ ทำไม่คล่องตัว และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายในการขับรถที่ไม่คุ้นเคย และการให้เช่ารถตู้ ส่วนมากมักจะเป็นการบริการพร้อมคนขับครับ มีผู้ให้บริการส่วนน้อยที่ให้บริการรถตู้แบบขับเอง

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , ,

 

การเช่ารถ แล้วมีการจำกัดระยะทางการใช้ต่อวันนั้นขึ้นอยู่กับระเบียบปฏิบัติของบริษัทรถเช่าแต่ละที่ครับ บางที่ก็มีการจำกัด บางที่ก็ไม่มีการจำกัดระยะทางการใช้งาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาค่าเช่ารถด้วย

ถ้าถามว่าทำไมต้องมีการจำกัดระยะทางการใช้ต่อวันด้วย หลายๆคนเคยถามผมว่าจ่ายค่าเช่ารถแล้ว ก็น่าจะให้ใช้รถเท่าไหร่ก็ได้ อันนี้ก็เป็นมุมมองหนึ่งครับ แต่ถ้าคิดในแง่ของความเป็นจริง ทุกอย่างมีต้นทุนครับ รถเช่าหนี่งคันก็มีต้นทุนของมัน ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆของการคิดต้นทุนรถเช่า เช่น

ค่าเสื่อม รถหนึ่งคันที่ซื้อมา พอใช้ไปสักระยะแล้ว เวลาเอารถไปขาย ก็ไม่สามารถขายได้ราคาเท่าเดิม อันนี้คือค่าเสื่อมครับ ยกตัวอย่างเป็นตัวเลขง่ายๆ สมมุติว่าเราซื่อรถมา 550,000 บาท ใช้รถไป 5-6 ปี ระยะทางใช้ไป 150,000 กม. เวลาขายรถก็น่าจะขายรถได้ประมาณ 200,000 – 250,000 บาท ถ้าเราลองคิดง่ายๆ ก็เท่ากับแต่ละกิโลเมตรที่รถวิ่ง เท่ากับเราเสียเงินประมาณ 2 บาท/กม.

ค่าสึกหรอ และค่าซ่อมบำรุงตามระยะทาง แน่นอนครับทุกๆระยะ 5,000 หรือ 10,000 กม.ที่ใช้รถไป ก็ต้องมีการซ่อมบำรุง และเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ อีกทั้งยังต้องมี ยางรถยนต์ ผ้าเบรก แบตเตอรี่ และอื่นๆที่ต้องซ่อมบำรุงตามระยะเวลา หรือระยะทางที่รถวิ่ง

ถ้าแจกแจงออกมาเราก็จะรู้ว่าทุกๆระยะทาง หรือทุกๆกิโลเมตรที่รถยนต์วิ่งไป ก็คือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าบริหารจัดการ เช่น ค่าแรงพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และจิปาถะ

ค่าใช้จ่ายที่ยกมาทั้งหมดก็คือต้นทุนครับ ทีนี้ถ้ารู้แล้วว่ามีต้นทุนอย่างไร การที่จะให้ใช้รถเช่าโดยไม่มีข้อจำกัดเลยคงเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นบริษัทรถเช่าบางที่ก็ได้คิดค่าเช่าเผื่อต้นทุนส่วนนี้ไว้แล้ว ซึ่งก็อาจเป็นผลให้ค่าเช่ารถแพงขึ้นครับ

ถ้าผมเปรียบเทียบง่ายๆกับร้านอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีหลายร้านที่ให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ ร้านอาหารเหล่านี้ก็จะต้องตั้งราคาเผื่อเอาไว้ก่อน และอาจมีกฎ ข้อจำกัดเรื่องเวลาในการรับประทาน หรือห้ามรับประทานเหลือ เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าใช้จ่ายเกินต้นทุนที่คำนวณเอาไว้ และแน่นอน ราคาในการรับประทานต่อหัวของร้านแบบบุฟเฟ่ต์ก็มักจะสูงกว่าราคาอาหาร 1-2 จานของร้านอาหราทั่วไป เพราะเขาก็ต้องตั้งราคาเผื่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับที่เพียวคาร์เร้นท์ เราจะมีการจำกัดระยะทางการใช้เฉพาะในกรณีระยะเวลาการเช่าน้อยๆไม่กี่วัน ถ้าเช่าหลายๆวัน เราก็มักจะไม่จำกัดเพื่อความสบายใจของลูกค้า เพราะจะไม่คุ้มค่าเช่าแน่ๆครับ ถ้าลูกค้าเช่ารถ 1-2 วัน แล้วลูกค้าขับรถจากภูเก็ตไปกรุงเทพ ต้องใช้รถไม่น้อยกว่า 1,800 – 2,000 กม. เห็นชัดๆว่าถ้าให้เช่าไปในราคาปกติ ต้องขาดทุนแน่ๆครับ

ก็เป็นอีกบทความที่ผมคิดว่าผู้อ่านน่าจะได้ประโยชน์ และเข้าใจการคิดต้นทุนในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจรถเช่า

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com
Tags: , ,

เนื่องจากการบริการรถสาธารณะในภูเก็ตยังไม่สะดวกเหมือนในกรุงเทพฯ ผู้ที่ไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่จึงมักจะมีโอกาสได้ใช้บริการรถเช่า อันนี้ไม่รวมถึงนักท่องเที่ยวหมู่คณะนะครับ เพราะเขาจะมีการจัดเตรียมรถบัส หรือรถตู้ไว้อยู่แล้ว

ถ้าจะใช้บริการรถเช่า ขอแนะนำให้จองรถล่วงหน้าครับ เนื่องจาก หากท่านมาถึง ท่าอากาศยานภูเก็ต หรือ สถานีขนส่ง (บ.ข.ส.) แล้วจึงค่อยหารถเช่า ท่าอาจจะผิดหวัง และไม่ได้รับความสะดวก อาจเนื่องมาจาก รถเช่าถูกจองเต็มล่วงหน้าเรียยร้อยแล้ว โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ High Season หรืออาจต้องเสียเวลารอ ถ้ารถไม่พร้อม เพราะฉะนั้น จองรถเช่า จองล่วหน้าดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลา และเที่ยวหรือทำธุระได้ทันที

ถ้าจะจองรถล่วงหน้าที่เพียวคาร์เร้นท์ ท่านสามารถจองได้โดย
– จองผ่านเว็บไซต์
http://www.purecarrent.com/ และสามารถดูข้อมูลรถเช่า และเงื่อนไขต่างๆในเว็บไซต์ได้เลยครับ
– จองผ่านโทรศัพท์ 076 211002, 076 217797, 076 256797

เพื่อเป็นข้อมูลให้ท่านได้พิจารณา บริการรถสาธารณะที่มีในภูเก็ต มีดังนี้ครับ
– Airport Bus ที่วิ่งรับส่งจาก ท่าอากาศยานภูเก็ต ไปยัง ตัวเมืองภูเก็ต
– รถตู้ Limousine ให้บริการรับส่งจาก ท่าอากาศยานภูเก็ต ไปยัง หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน
– รถสองแถว ให้บริการ ระหว่างตัวเมืองภูเก็ต ไปยังหาดต่างๆ เช่น หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน หาดราไวย์ หาดไนหาน หาดสุรินทร์ หาดกมลา
– รถแท็กซี่ หรือ รถแท็กซี่มิเตอร์ ส่วนมากจะจอดอยู่ที่ ท่าอากาศยานภูเก็ต สถานีขนส่ง (บ.ข.ส.) และตามโรงแรมใหญ่ๆครับ ยังไม่ค่อยมีวิ่งให้บริการทั่วไปตามท้องถนนเหมือนในกรุงเทพฯ
– รถตุ๊กๆ มีให้บริการในเขตตัวเมืองภูเก็ต หาดบางหาด โดยเฉพาะหาดสำคัญ เช่น หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน
– รถเมล์ มีเฉพาะในเมือง และไม่สามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,
« Previous posts Back to top