Tag: เช่ารถ

การตรวจสอบร่องรอยอุบัติเหตุต่างๆรอบรถเช่าเป็นสิ่งจำเป็นครับ หลายๆท่านอาจจะละเลยเรื่องนี้เพราะเห็นว่าไม่ใช่สิ่งสำคัญ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนคืนรถ แล้วพนักงานบริษัทรถเช่าแจ้งว่ามีรอยอุบัติเหตุ ทั้งๆที่อาจเป็นรอยที่เป็นอยู่แล้วก่อนการเช่า

อันนี้ผมเคยมีประสบการณ์กับลูกค้าของเราเอง มีลูกค้าของเพียวคาร์เร้นท์ที่บางครั้งต้องการเช่ารถใหญ่ ซึ่งเพียวคาร์เร้นท์ไม่มีให้บริการ พอเราแนะนำให้ไปเช่าบริษัทอีกแห่งหนึ่งลูกค้ากลับปฏิเสธไม่กล้าไปเช่า เนื่องจากลูกค้าเคยถูกเรียกเก็บค่าดีดักหรือค่าประกันที่ไม่เป็นธรรม โดยลูกค้าคิดว่าเป็นรอยเดิมที่มีอยู่ก่อนการเช่า

จริงๆแล้วถ้าเราลองมองอย่างเป็นกลางสำหรับปัญหานี้ และจากประสบการณ์ที่เราทำธุรกิจรถเช่ามานาน ปัญหาอาจเป็นได้จากสาเหตุ 2 ประการ คือ
  1. รอยนั้นเป็นรอยเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่ตอนส่งมอบรถให้ลูกค้าไม่ได้มีการตรวจสอบ
  2. เป็นรอยที่เกิดขึ้นใหม่จริงๆ โดยที่บางครั้งลูกค้าอาจไม่ได้เป็นผู้กระทำ แต่อาจจะไปจอดรถทิ้งไว้ แล้วมีรถอีกคันมาเฉี่ยวชนแล้วหนีก็เป็นได้

เพราะฉะนั้นเพื่อให้สบายใจสำหรับทุกฝ่าย ผมขอแนะนำว่า ก่อนการเช่ารถ ให้ตรวจสอบสภาพรถ และรอบรถทุกครั้งครับ ถ้าเจอบริษัทเช่ารถบางรายที่ไม่มีใบตรวจสอบสภาพรถก่อนการเช่า ท่านก็อาจจะแก้ปัญหาได้โดย การถ่ายรูปรถที่จะเช่าไว้ก่อน เพื่อความสบายใจ

เชื่อผมเถิดครับ กันไว้ดีกว่าแก้ และกรุณาให้ความสำคัญเมื่อต้องเช็ครถก่อนการเช่า อย่าคิดว่าเป็นการเสียเวลาเลยครับ จากสถิติที่เพียวคาร์เร้นท์ รถใหม่ป้ายแดงของเรา จะมีรอยๆแรกเกิดขึ้น (อาจเป็นรอยข่วนเล็กน้อย) มักจะไม่เกิน 1-3 เดือนแรกที่ซื้อมาเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น เมื่อลูกค้าเช่ารถ มักจะมีรอยรอบรถอยู่แล้วแทบทุกครั้ง

ที่เพียวคาร์เร้นท์เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะเราไม่อยากให้ลูกค้าเสียความรู้สึกหากเกิดข้อผิดพลาด สิ่งที่เราระวัง เช่น เมื่อต้องส่งมอบรถให้กับลูกค้าในเวลากลางคืน หรือเวลาฝนตก เราจะให้พนักงานส่งรถเตรียมเช็ครอยรอบรถตั้งแต่รถอยู่ที่ออฟฟิต หรืออยู่ที่สว่างๆไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความผิดพลาดในการเช็ครถเวลามืด หรือต้องรีบเช็ครถขณะฝนตก และเราก็ยังเก็บประวัติการเช็ครถย้อนหลังไว้อ้างอิงในกรณีที่เกิดปัญหาด้วยครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

อ่านหัวข้อแล้วรู้สึกปวดใจจริงๆครับ ผมเองเป็นผู้ประกอบธุรกิจรถเช่าอ่านเองก็ยังรู้สึกเจ็บปวดใจไม่น้อยครับ จริงๆแล้ววลีนี้ “บริษัทรถเช่า ไม่ให้คนไทย เช่ารถ” ผมได้ยินจากลูกค้าของเราเอง ที่บางครั้งไปขอเช่ารถจากบริษัทรถเช่าต่างๆ แล้วถูกปฏิเสธ ก็เลยตัดพ้อต่อว่าด้วยความน้อยใจ

ในความเป็นจริง อยากจะขออธิบายว่า บริษัทรถเช่าทุกบริษัทคงไม่ได้มีนโยบายกีดกันคนไทย หรือคนชาติไหนทั้งสิ้น เพราะยิ่งมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเยอะก็ยิ่งเป็นผลดีกับธุรกิจอยู่แล้ว แต่ที่เกิดเหตุการณ์บริษัทรถเช่าไม่ให้เช่ารถนั้น อาจเป็นเพราะติดกฎข้อบังคับ หรือเงื่อนไขบางอย่างของบริษัท

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทรถเช่าบางที่ (จริงๆเกือบจะทุกที่) จะเช่ารถได้ นอกจากจะต้องมีเอกสารแสดงตัว เช่น บัตรประชาชน และใบขับขี่แล้ว ลูกค้าที่จะเช่ารถยังต้องมีบัตรเครดิต ไม่ใช่แค่มีบัตรเครดิตก็ได้นะครับ แต่ยังต้องมีวงเงินในบัตร บางครั้งต้องมี 10,000 หรือ 20,000 หรือ 30,000 … บาท ก็ว่าไปตามกฎเกณฑ์ของแต่ละบริษัทครับ

เรื่องบัตรเครดิต และวงเงินในบัตรนี่แหละที่เป็นปัญหาใหญ่ของคนไทยเรา เพราะคนมีบัตรเครดิตก็ยังไม่มาก หลายคนมีบัตรเครดิตก็ใช้วงเงินไปหมดแล้ว หรือไม่มีวงเงินหลือ ก็เลยทำให้เช่ารถไม่ได้ จึงทำให้เข้าใจผิดว่า บริษัทรถเช่า ไม่ยอมให้คนไทยเช่ารถ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

แน่นอนครับ เพียวคาร์เร้นท์ มีบริการรถเช่า พร้อมให้เช่า GPS สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้งาน GPS เพื่อป้องกันการหลงทาง

แต่ผู้เช่ารถหลายท่านก็ถามผมว่า GPS จำเป็นหรือเปล่าที่จะต้องใช้เวลาขับรถในภูเก็ต ก็ขอตอบตามความเป็นจริง ตามความรู้สึกของผมว่าไม่จำเป็นมากนักสำหรับคนไทย เพราะคนไทยเราคุ้นเคยกับถนนหนทาง และการขับขี่บนท้องถนนแบบไทยๆอยู่แล้ว เวลาขับรถก็ไม่ต้องแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปกังวลกับเรื่องการจราจรมากเหมือนกับฝรั่ง (ที่บางครั้งไม่คุ้นเคยกับการขับเลนซ้าย และการจราจรที่วุ่นวายของบ้านเรา) ทำให้สามารถดูป้ายบอกทางต่างๆบนท้องถนนได้ง่าย ปกติก็มักจะไม่ค่อยหลงทางครับ

อีกทั้งระบบถนนหนทางในภูเก็ตก็ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย ถ้าศึกษาแผนที่ก่อนสักนิดก็จะเข้าใจแล้วครับ มีที่หลงทางกันได้ก็ในตัวเมืองภูเก็ตหละครับ ที่จะมีถนนวุ่นวายนิดหนึ่ง และก็มีถนนเดินทางเดียวด้วย (วันเวย์) ก็อาจจะทำให้ท่านที่ไม่คุ้นเคยงงได้บ้าง

มีเพื่อนๆผมที่เคยมาเที่ยวภูเก็ต บางคนขับรถโดยไม่ใช้แผนที่เลยก็มี ผมถามว่าแล้วรู้ทางได้ยังไง เขาก็บอกว่าไม่รู้หรอก ใช้วิธีดูป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ หลงบ้าง สนุกดี

พอสรุปได้ว่า GPS ในความคิดผมอาจไม่จำเป็นสำหรับคนไทยที่จะขับรถในภูเก็ต แต่จะมีไว้เพื่อความสะดวกก็ไม่ว่ากัน ก็ทำให้ขับรถแล้วมั่นใจมากขึ้นครับ ปกติที่เพียวคาร์เร้นท์ คนที่เช่า GPS ก็มักจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

มีลูกค้าหลายท่านถามเกี่ยวกับเรื่องประกันกับผม จริงๆแล้วส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งครับที่ถามเกี่ยวกับประกัน คนไทยส่วนมากไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ ทั้งๆที่จริงๆเป็นเรื่องสำคัญมาก ผมจึงอยากจะถือโอกาสนี้ชี้แจงเพื่อเราจะได้เข้าใจกันมากขึ้นเกี่ยวกับการประกันภัยรถเช่า

อันนี้ผมขออธิบายโดยตั้งสมมุติฐานว่า บริษัทรถเช่านั้นใช้ประกันแบบถูกต้อง คือ แบบเพื่อการพาณิชย์นะครับ ถ้าเราเผลอไปเช่ารถกับบริษัทรถเช่าที่ใช้ประกันแบบบุคคลทั่วไปที่เราๆท่านๆใช้กันอยู่ แบบนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันจะปฏิเสธการจ่ายค่าเสียหายแน่นอน

มีหลายคนสงสัยครับว่า เมื่อรถที่เราเช่าไปเกิดอุบัติเหตุ แล้วเราจะเสียแค่ค่าความเสียหายส่วนแรกแค่นั้น ไม่ต้องชำระค่าอะไรอีกแล้วจริงๆหรือเปล่า ไม่ว่าจะเกิดความเสียหายแค่ไหน ประกันก็จะรับผิดชอบแทนเราใช่ไหม (ค่าความเสียหายส่วนแรกนั้น จะมากน้อยขึ้นอยู่กับบริษัทรถเช่าครับ สำหรับที่ เพียวคาร์เร้นท์ ค่าความเสียหายส่วนแรกแค่ 5,000 บาท – ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2552) คำตอบคือทั้งจริงและไม่จริงครับ

หลายๆท่านอาจจะเริ่มงง อย่าเพิ่งงงครับ กำลังจะอธิบายให้ชัดเจนครับ ปกติแล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากเราเป็นฝ่ายผิด ค่าใช้จ่ายที่เราต้องเสียมีอะไรบ้าง ผมขอแจกแจงคร่าวๆดังนี้
-      ค่าซ่อมรถ (ทั้งรถของเราเอง และคู่กรณี)
-      ค่าลากรถ (หากรถไม่สามารถขับเคลื่อนได้)
-      ค่ารักษาพยาบาล (ทั้งคนในรถของเราเอง และคู่กรณี)
-      ค่าชดเชยหากไม่สามารถทำงานได้
-      ค่าชดเชยที่รถไม่สามารถใช้งานได้ (หากคู่กรณีเรียกร้อง)
-      ค่าทำขวัญ (หากคู่กรณีเรียกร้อง)
-      ค่าปรับ

โดยหลักการแล้วบริษัทประกันจะจ่ายค่าเสียหายแทบทุกอย่างที่มีใบเสร็จครับ (ยกเว้น ค่าปรับ) ไม่ว่าจะเป็น ค่าซ่อมรถ ค่าลากรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยที่เราไม่สามารถทำงานได้ ปกติบริษัทประกันจะจ่ายให้ทั้งหมดครับ แต่จ่ายตามจริงนะครับ จะเรียกร้องเกินจริงไม่ได้ เช่น ค่าชดเชยที่เราไม่สามารถทำงานได้ บริษัทประกัน จะจ่ายให้ตามที่มีหลักฐานยืนยัน เช่น สลิปเงินเดือน หรือ หลักฐานการเสียภาษี เราไม่สามารถที่จะโมเมขอเงินชดเชยเยอะๆได้

แต่เรื่องค่าทำขวัญ และ ค่าชดเชยที่รถไม่สามารถใช้งานได้ ปกติต้องตกลงกันเองระหว่างคู่กรณีครับ ประกันมักจะไม่มาเกี่ยวข้องกับส่วนนี้ พูดตรงก็คือ ประกันไม่จ่าย ต้องขอเจรจา หรือประนีประนอมกันไป

แล้วค่าเสียหายส่วนที่บริษัทประกันต้องจ่าย เขาจะจ่ายให้ทั้งหมดไม่ว่าวงเงินเท่าไหร่จริงหรือ ตอบได้เลยว่าไม่จริงครับ ประกันภัยจะจ่ายให้เท่ากับวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับประกันสุขภาพจะชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเราทำประกันสุขภาพ แล้วเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล บริษัทประกันก็จะจ่ายเงินให้เราไม่เกินวงเงินที่เราทำประกันไว้ ถ้าค่าพยาบาลเกินวงเงิน เราก็ต้องจ่ายเพิ่มเอง

แต่ปกติแล้ววงเงินที่ระบุได้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ก็สูงพอสำหรับการรักษาพยาบาล และค่าเสียหายในกรณีปกติ เรามักจะไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (ยกตัวอย่าง กรมธรรม์ส่วนมากที่เพียวคาร์เร้นท์ ทำกับบริษัทประกันภัย ก็ให้ความคุ้มครองอย่างน้อย 10 ล้านบาท ที่ผ่านมาก็เพียงพอในทุกกรณี – ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2552) ผมคิดว่าต้องเป็นกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบโชคร้ายมากๆ เช่น ไปขับรถชน แล้วมีรถเสียหาย 20 คัน มีคนบาดเจ็บ 100 คน เป็นต้น ยังไงๆวงเงินประกันก็ไม่พอแน่ๆครับ

นอกจากค่าเสียหาที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ในส่วนของคดีอาญา ผู้ขับต้องรับผิดชอบเองนะครับ คงไม่มีใครมารับผิดชอบแทนได้

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , ,

ที่ต้องเขียนหัวข้อนี้ก็เพราะ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้พบเว็บๆหนี่ง เป็นเว็บที่ขายทัวร์ รถเช่า และรับจองห้องพักในโรงแรมต่างๆในจังหวัดภูเก็ต พอผมเห็นว่าในเว็บนี้มีให้บริการรถเช่าด้วย ผมก็จึงอยากรู้อยากเห็นว่าใครเป็นผู้ให้บริการ แต่พอคลิกเข้าไปดูก็รู้สึกตกใจ เพราะเนื้อหาเกี่ยวกับรถทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ ได้ก๊อปปี้มาจากเว็บไซต์ www.purecarrent.com ที่ผมเขียนเนื้อหาเองล้วนๆเลยครับ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอครับ มีบริษัทรถเช่าหลายที่ รวมถึงบริษัทรถเช่าในจังหวัดภูเก็ตที่ก๊อปปี้เนื้อหา รวมถึงรูปภาพจากเว็บไซต์ของเราไป แล้วเอาไปใส่ยี่ห้อของเขาเอง ทำไมผมจึงรู้หรือครับ ก็เพราะเนื้อหาทุกตัวอักษรในเว็บไซต์ของเรา ผมเป็นคนคิดเอง เขียนเอง ผมจึงจำได้ รวมถึงรูปภาพ รูปภาพบางรูปไม่ใช่รูปทั่วไป เป็นรูปรถของเพียวคาร์เร้นท์เอง แต่บริษัทอื่นเอาไปโชว์ในเว็บไซต์จองเขาอย่างไม่มี่จิตสำนึก และไม่มีจรรยาบรรณ

เนื้อหาบางอย่างในเว็บไซต์ของเรา ที่ผมคิดว่าเขาไม่น่าจะก๊อปปี้ไป ก็ยังโดนก๊อปปี้ไปด้วย เช่น ข้องตกลงและเงื่อนไขในการใช้รถของบริษัทเรา หรือ หัวข้อทำไมท่านจึงควรเลือกที่จะเช่ารถกับเพียวคาร์เร้นท์ ก็โดนก๊อปปี้ไป บางที่ก็อปปี้ไปแล้วลืมลบชื่อของเพียวคาร์เร้นท์ออกก็มี อันนี้ผมทราบเนื่องจากมีลูกค้าโทรมาบอก

ก๊อปปี้ไปแล้วสำคัญตรงไหนละ
ก็เพราะการเช่ารถ ไม่ใช่เหมือนการซื้อสินค้าครับ แต่การใช้รถที่ไม่มีคุณภาพ อาจหมายถึงอุบัติเหตุ หรืออันตรายรอท่านอยู่ข้างหน้า อีกทั้งการให้บริการ หากเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นแล้ว บริษัทเช่ารถนั้นๆ จะสามารถแก้ปัญหาได้จริงอย่างที่ก็อปปี้เนื้อหาเราไปหรือไม่ก็ไม่รู้ ท่านอาจนึกถึง การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าปลอม ที่เขาเลียนแบบยี่ห้อ และโฆษณาว่าสินค้าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ แต่พอใช้จริง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

อีกประการหนึ่ง ผมอยากเชิญชวนทุกท่าน อย่าสนับสนุนกิจการของคนไม่ดีเลยครับ คอยแต่จะลอกเลียนแบบของคนอื่น เอาเปรียบน้ำพักน้ำแรงของคนอื่น ลองคิดดู ถ้ามีคนมีลอกผลงานของท่านไป โดยที่ไม่มีการขออนุญาต หรือกล่าวถึงเลย ท่านก็คงเจ็บใจไม่น้อย เรามาช่วยกันทำให้ประเทศนี้พัฒนาอย่างถูกต้องดีกว่าครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , ,

เป็นเรื่องจริงที่หลายคนมองข้ามครับ จริงๆครับ บางครั้งเราอาจลืมคิด หรือไม่ทันคิดเรื่องนี้ คิดว่าเวลาจะเช่ารถ จะเช่ารถกับบริษัทไหนก็ได้ โดยเฉพาะเราคนไทย จะขอให้ราคาถูกที่สุดแค่นั้นเป็นพอ

จริงๆแล้วการเช่ารถไม่ง่ายเหมือนซื้อสินค้าครับ การซื้อสินค้า ถ้าเรารู้จักสินค้านั้นดีอยู่แล้ว อย่างเช่นจะซื้อผงซักฟอก เราก็สามารถเปรียบเทียบราคาอย่างเดียว เราก็ได้ผงซักฟอกที่เราต้องการในราคาที่ถูกที่สุด แต่การหารถเช่าสักคัน ผมคิดว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ต้องคำนึงถีงเวลาจะเช่ารถ ผมสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประการใหญ่ๆ

1. บริษัทรถเช่า ต้องซื่อสัตย์ เชื่อถือได้

เรื่องนี้ดูผิวเผินอาจเหมือนไม่มีอะไรสำคัญ ยิ่งถ้าเราไม่รู้จักว่าบริษัทไหนเป็นอย่างไร เราก็คิดว่าเช่าบริษัทที่ให้ราคาถูกไว้ก่อนดีกว่า อาจไม่เป็๋นอย่างที่คิดครับ เพราะถ้าบางบริษัทไม่มีความรับผิดชอบ ยกตัวอย่างเช่น ไม่มาส่งรถตรงเวลา ต้องคอยเป็นชั่วโมง แค่นี้ก็อาจทำให้ท่านหงุดหงิด ทำให้การท่องเที่ยวไม่มีความสุข หรืออาจทำให้พลาดนัดสำคัญได้

ผมเคยได้รับรู้เรื่องราวของบางบริษัทที่รับจองรถกับลูกค้าคนหนึ่งไว้ แต่พอมีการจองกับลูกค้าอีกคนหนึ่งซึ่งได้ราคาที่สูงกว่า ก็โทรไปยกเลิกลูกค้าคนแรก หรือไม่ไปส่งรถให้กับลูกค้าคนแรกเลย โดยไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงก็มี เหตุการณ์แบบนี้ ในช่วง Low Season ไม่ค่อยเจอหรอกครับ แต่ในช่วง High Season หรือช่วงปีใหม่ที่นิยมเรียกว่า Peak Period มีโอกาสเกิดขึ้นได้ อันนี้ต้องขอบอกว่าขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของแต่ละบริษัทจริงๆ

เกี่ยวกับรถเช่าแล้ว ถ้าคนไม่ซื่อคิดจะโกง โกงได้หลายรูปแบบครับ เช่น ถ้าตอนรับรถเราไม่ได้ตรวจให้ดี ตอนคืนรถ บริษัทรถเช่าแกล้งบอกว่ารอยขีดข่วนที่เคยมีอยู่เดิมเป็นรอยที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เมื่อเราเช่ารถไป แค่นี้ก็แย่แล้วครับ

2. คุณภาพของรถ
เรื่องคุณภาพรถเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากได้เช่ารถคันที่ไม่ดี นั่นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และจริงๆแล้ว ก่อนที่จะรับมอบรถจากบริษัทรถเช่าทุกครั้ง เราควรจะเช็ครถคร่าวๆว่า ทุกอย่างสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

จากที่ครอบครัวของผมมีประสบการณ์ในการทำรถเช่ามากกว่า 30 ปี ขอบอกได้เลยครับว่าเรื่องการดูแล ตรวจเช็ครถทุกคัน (ขอย้ำว่ารถทุกคัน) ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้จินตนาการนะครับว่า บริษัทรถเช่าส่วนใหญ่ไม่ได้มีรถแค่ 1 หรือ 2 คัน แต่มีรถเป็นสิบๆคัน การที่จะจัดระบบตรวจเช็ค และตรวจสอบรถทุกคันให้อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีอยู่เสมอไม่ง่ายจริงๆ ลองคิดดูว่า ถ้าเราบังเอิญไปเช่ารถคันที่ลืมตรวจเช็คเบรก หรือลมยาง จะเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่างแค่เรื่องเล็กๆ แต่อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้

3. ประกัน และเงื่อนไขการเช่าอื่นๆ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้สองข้อแรก ขับรถที่ไม่มีประกัน หรือมีประกันไม่ถูกประเภท อาจหมายถีงความรับผิดชอบใหญ่หลวงหรือหนี้สินก้อนโตที่รออยู่ข้างหน้า เพียวคาร์เร้นท์ ทำรถเช่ามานาน ลูกค้าไม่น้อยที่เป็นชาวต่างชาติ จึงทำให้เราตระหนักถึงเรื่องการมีประกันอย่างมาก เพราะชาวต่างชาติถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งในการเช่ารถ

ผมเคยเจอลูกค้าหลายคนที่ประมาท เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนขับรถที่มีระเบียบวินัย และไม่เคยเกิดอุบัตเหตุอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยสนใจเรื่องประกัน ผมได้มีโอกาสอธิบายลูกค้าหลายท่านไปว่า มันก็ถูกครับ แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว การที่เราทำประกันนั้น ส่วนหนึ่งเราไว้กันความผิดพลาดของตัวเอง แต่อย่าลืมนะครับ หลายๆครั้งความผิดพลาด หรืออุบัตเหตุที่เกิดขึ้น เราไม่ได้เป็นคนก่อหรือเราไม่ได้รู้เรื่องเลย แต่เรากลับต้องรับผิดชอบ เช่น จอดรถไว้ รถถูกชนแล้วหนี หรือ จอดรถไว้ แล้วรถถูกขโมย ถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้แล้วรถไม่มีประกัน รับรองว่าได้ใช้หนี้ก้อนโตแน่นอนครับ

เดี๋ยวนี้ บริษัทรถเช่าแทบทุกที่ก็บอกว่ามีประกันทั้งนั้น แต่หลายที่ก็ใช้ประกันผิดประเภท เนื่องจากมีค่าเบี้ยประกันถูก ไม่ได้ใช้ประกันเพื่อการพาณิชย์ ท่านก็อาจมีปัญหาได้ถ้าไปเจอบริษัทแบบนี้ หรือบางบริษัท พอรถชนเข้าจริงๆเก็บเงินค่าเสียหายส่วนแรกมากกว่าที่ตกลงกันไว้ก็มี เช่น เก็บค่าจอดซ่อมเพิ่ม หรือค่าอื่นๆ จิปาถะ

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่จะบอกว่า เพียวคาร์เร้นท์ ที่เดียวที่จะเชื่อถือได้ในตลาดรถเช่า ก็มีผู้ให้บริการที่ดีหลายราย แต่ท่านต้องศึกษาและเลือกใช้บริษัทรถเช่าที่เชื่อถือได้ อย่าคำนึงถึงเรื่องราคาค่าเช่ารถเป็นหลัก เพราะท่านอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าหลายเท่าในอนาคต

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

อ่านหัวข้อแล้วอาจจะงงครับ จริงๆแล้วผมมักจจะเจอคำถามว่า การเช่ารถนั้น ราคารวมประกันหรือเปล่า ผมก็มักจะตอบว่า อัตราค่าเช่ารถของเรา (เพียวคาร์เร้นท์) รวมประกันชั้น1 หากเกิดอุบัติเหตุสูญหาย ผู้เช่าจะต้องชำระค่าความเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท ในกรณีรถเราเป็นฝ่ายผิด (ค่าความเสียหายส่วนแรก หรือค่าความรับผิดชอบส่วนแรกนี้ ถ้าใครเคยทำประกันรถยนต์ ก็มักจะคุ้นเคยกับคำว่า ค่าดีดัก หรือ deductible) ค่าความเสียหายส่วนแรกนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทของรถ และขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทรถเช่านะครับว่าจะเก็บเท่าไหร่ ผมคิดว่าส่วนมากมักจะเริ่มต้นจาก 5,000 ถึง 10,000 บาท

ตอนนี้ก็จะมีคำถามตามมาละครับว่า “อ้าว! ไหนว่าเช่ารถรวมประกันชั้นหนึ่ง ทำไมเวลาเกิดอุบัติเหตุ ผู้เช่าต้องรับผิดชอบด้วย” คำถามนี้ถ้าผมเป็นผู้เช่ารถ และไม่เคยเช่ารถมาก่อนเลย ก็อาจจะถามเหมือนกัน แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ในฐานะคนทำธุรกิจรถเช่านั้นการที่รถเกิดอุบัติเหตุ ค่าเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสน แล้วได้เงินมาแค่ 5,000 บาทนั้นเรียกได้ว่าไม่คุ้มกันเลย

ผมจะอธิบายนะครับว่าทำไมจึงต้องมีค่าความเสียหายส่วนแรก… เมื่อเกิดอุบัติหตุขึ้น รถที่เช่าเกิดความเสียหาย บริษัทรถเช่าก็สามารถเรียกร้องให้บริษัทประกันช่วยชำระค่าเสียหายได้ แต่บริษัทรถเช่าก็ต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรกให้กับบริษัทประกัน 1,000 – 2,000 บาท (อัตราในปัจจุบัน พ.ศ.2552) แล้วแต่กรณีการเกิดอับัติเหตุ หลังจากนั้นรถที่เสียหายก็จะถูกนำไปซ่อมในอู่ซ่อมรถ ลองนึกภาพดูนะครับ ตอนนี้เครื่องมือทำมาหากินของเราเข้าไปอยู่ในอู่เสียแล้ว แล้วเราจะเอาอะไรหารายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ฟังแล้วน่าสงสารไหมครับ อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ เคยเจอบางธุริกจรถเช่าที่ปิดไปก็เพราะรถเกิดอุบัติเหตุบ่อยนี่แหละครับ

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องต้นแล้ว ยังมีค่าดำเนินการต่างๆ ค่าลากรถ ในกรณีรถเสียหายหนัก (ซึ่งบางกรณี ไม่สามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันได้เพียงพอ หรืออาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน) และหากมีคดีเกิดขึ้น เราก็ยังต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่สถานีตำรวจและศาล

จริงๆแล้ว ในมุมมองของคนทำธุรกิจรถเช่า ไม่อยากให้รถตัวเองไปชนหรอกครับ เพราะเงินที่ได้จากค่าความเสียหายส่วนแรกมักจะไม่คุ้มกับความเสียหายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งรถที่ชนหนักมา เวลาขายต่อก็ไม่ได้ราคา นับเป็นความสูญเสียอีกอย่างน้อยก็เป็นหลักหมื่นบาท

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

จริงๆแล้วผมคิดว่าธุรกิจส่วนมากในภูเก็ตไม่ได้แยกระหว่างราคาคนไทยหรือราคาฝรั่งนะครับ นักท่องเที่ยวคนไทยหลายๆคนมาเที่ยวภูเก็ต แล้วรู้สึกว่าอะไรๆก็แพงไปหมด เมื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้าและบริการที่จังหวัดอื่น เลยคิดว่าราคาสินค้าในภูเก็ตมีเอาไว้ขายฝรั่งหรือเปล่า ในความเป็นจริงค่าครองชีพในภูเก็ตสูงจริงๆนะครับ เทียบกับอาหารจานเดียวปกติยังแพงกว่าราคาในกรุงเทพฯอย่างน้อยก็ 5-10 บาทเลย เพราะภูเก็ตผลิตอะไรเองไม่ได้ ต้องขนส่งมาจากจังหวัดอื่น สินค้าต่างๆก็เลยแพงกว่าที่อื่น ทีนี้พอสินค้าพื้นฐานแพง ก็เลยส่งผลให้อย่างอื่นแพงตามไปด้วย

น้ำมันที่ภูเก็ตก็ยังต้องแพงกว่าในกรุงเทพฯ และรถยนต์ รถโดยสารส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้ก๊าซ เพราะฉะนั้นรถโดยสารสาธารณะทั่วไปก็แพงด้วย ถ้าเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น อย่างถ้าจ้างแท็กซี่จาก ท่าอากาศยานภูเก็ต ไป ตัวเมืองภูเก็ต ระยะทางประมาณ 35 กม. ถ้าเป็นแท็กซี่มิเตอร์เหมือนในกรุงเทพฯก็คงประมาณ 250-350 บาท แต่แท็กซี่ในภูเก็ตคิดค่าบริการประมาณ 450-550 บาท (ราคาปี พ.ศ. 2551-2552) นอกจากปัจจัยเรื่องค่าน้ำมันที่มีผลต่อค่าโดยสารแล้ว จำนวนผู้โดยสารก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งครับ จำนวนประชากรในภูเก็ตมีไม่มาก และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้รถสาธารณะจึงทำให้รถแท็กซี่วิ่งได้แค่ขาเดียว หมายความว่าถ้าแท็กซี่ได้ลูกค้าจาก ท่าอากาศยานภูเก็ต ไป ตัวเมืองภูเก็ต ก็ยากที่จะหาลูกค้าขากลับได้ จึงทำมให้ต้นทุนของค่าบริการเพิ่มขึ้นมาก

สำหรับที่ เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent) เอง เราไม่เคยแยกระหว่างราคาคนไทย และราคาฝรั่งเลยครับ ลูกค้าทุกคนได้ราคาในมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าชนชาติไหน แต่ถ้าคิดถึงต้นทุนจริงๆแล้ว เราพบว่าการให้บริการลูกค้าฝรั่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าลูกค้าคนไทยครับ อันนี้เราคิดจากค่าเฉลี่ยโดยรวมนะครับ มิใช่คิดถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หลายท่านอาจส่งสัยว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ความจริงก็คือ ลูกค้าฝรั่งส่วนมากใช้รถน้อยกว่าคนไทยครับ ลูกค้าฝรั่งหลายคนของเราใช้รถน้อยมากจริงๆ เฉลี่ยไม่ถึง 30-40 กิโลเมตร/วันก็มี เมื่อใช้รถน้อย รถก็สึกหรอน้อย ต้นทุนของเราก็ต่ำ อีกประการหนึ่งต้องยอมรับว่าความรับผิดชอบ และระเบียบวินัยของฝรั่งมีมากกว่าคนไทยครับ เมื่อนัดรับรถหรือคืนรถก็มักจะมาตรงเวลาหรือมารอก่อนเวลา ก็ทำให้พนักงานรับส่งรถไม่ต้องรอนาน ก็ทำให้ต้นทุนพนักงานของเราลดลง ถ้าได้รู้ข้อเท็จจริงแล้ว สำหรับธุรกิจรถเช่าของเรา จริงๆลูกค้าฝรั่งควรจะได้ราคาถูกกว่าคนไทยด้วยหรือเปล่าครับ

อาจจะมีบางประเภทธุรกิจครับที่ต้องตั้งราคาสินค้าและบริการไว้สูง เพราะถ้ามีไกด์หรือคนขับรถพานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าหรือบริการ ทางร้านค้าต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับไกด์หรือคนขับรถด้วย แต่ร้านค้าส่วนมาก เมื่อเขาเห็นว่าเป็นคนไทยเข้าไปใช้บริการ เขาก็ลดราคาให้อยู่แล้วครับ

หมายเหตุ ที่ผมเขียนนี้เป็นเรื่องที่ผมได้รับประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง ที่เขียนคำว่า “คนไทย” ก็เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ผมได้พบเจอ จะต้องขออภัยไว้ตั้งแต่ต้นหากความเห็นบางประการในบทความนี้ขัดแย้งกับความคิดเห็นของท่าน ผมทราบดีว่าการอ้างอิงถึงเชื้อชาติ และศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมพยายามเขียนอย่างระวัง และก็เขียนในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักความเป็นไทย ผมมั่นใจว่าคนไทยเรามีหลายส่วนที่เป็นส่วนดี และมีหลายส่วนที่ต้องปรับปรุง

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

จากประสบการณ์ที่เพียวคาร์เร้นท์อยู่ในธุรกิจรถเช่ามามากกว่า 30 ปี ทำให้เราเจอนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว คนมากมายที่ต้องการเช่ารถทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ แน่นอนครับคนส่วนใหญ่ก็มักจะสนใจเรื่องราคาก่อนอื่นใด แต่ที่แตกต่างกันมากๆระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติคือ ชาวไทยมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับชาวต่างชาติ เรื่องราคามักจะไม่ใช่ประเด็นหลักเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่อง ประกัน

เมื่อชาวต่างชาติต้องการเช่ารถ โดยเฉพาะชาวยุโรป และชาวอเมริกัน มักจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งเรื่องประกัน ก่อนการเช่ารถ เขาจะถามอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องประกัน เช่น ประกันที่เราใช้เป็นประกันประเภทไหน ประกันนี้รวมถึงบุคคลที่ 3 หรือไม่ ถ้ามีคนบาดเจ็บเขาต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ที่เขาต้องถามมากมายนั้นเพราะหากไม่มีประกัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องรับผิดชอบครับ

หากผมจะสรุปในเบื้องต้น หากเราต้องการเช่ารถ เราก็ต้องสนใจเรื่องประกันในประเด็นต่างๆดังนี้
- ประกันภัย หรือ ประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันชั้น1 ที่บริษัทรถเช่าทำไว้ เป็นประกันที่ถูกประเภทหรือไม่ ประกันที่ถูกต้องนั้น ต้องระบุในกรมธรรม์ว่าสามารถใช้เพื่อการพาณิชย์ จึงจะสามารถคุ้มครองรถเช่าได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ประกันชั้นหนึ่งที่ทำกับรถยนต์ส่วนบุคคลส่วนใหญ่ก็มักจะทำโดยระบุผู้ขับคนเดียว ประกันประเภทนี้มาใช้กับรถเช่าไม่ได้ครับ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันก็จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ภาระหนี้ทั้งหมดก็จะตกอยู่กับผู้เช่าหรือผู้ขับครับ

จริงๆแล้วเราจะไปขอตรวจสอบรถเช่า ขอดูกรมธรรม์ว่าถูกต้องหรือไม่ก็อาจไม่สะดวก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจริยธรรมของผู้ประกอบการครับ แต่ก็มีฝรั่งบางคนที่ขอดูกรมธรรม์ก่อนเช่ารถก็มีนะครับ

- ค่าความเสียหายส่วนแรก เท่าไหร่ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องถามครับ เพราะไม่งั้งเราอาจจะเดือดร้อนหากเกิดอุบัติเหตุ แล้วไม่มีเงินจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรก และบริษัทรถเช่าบางแห่งก็เปิดโอกาสให้ลูกค้าซื้อประกันเพิ่มเติม เพื่อลดหรือยกเลิกค่าเสียหายส่วนแรกได้

- มีค่าใช้จ่ายอื่นใดอีกหรือไม่ที่ผู้เช่าต้องจ่ายหากเกิดอุบัติเหตุ ถ้าเช่ารถกับบริษัทรถเช่าที่มีมาตรฐานเหมือนกับมาตรฐานสากลก็มักจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ครับ จะมีผู้ให้บริการบางรายที่มักจะเรียกเก็บค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ หรือเรียกว่า ค่าเสียเวลา หรือ ค่าจอดซ่อม อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่หนักหนาเอาการนะครับ เช่น ถ้าเราเช่ารถราคา 1,000 บาท/วัน ถ้ารถต้องซ่อม 15 วัน บริษัทรถเช่าก็อาจจะเรียกร้องเงินจากลูกค้าเพิ่มอีก 15,000 บาท โอย!! โดนเรียกเก็บเงินแบบนี้ต้องร้องโอยจริงๆครับ

ถ้าอ่านถึงตอนนี้แล้ว ก็น่าจะตระหนักถึงความสำคัญของประกันแล้วใช่ไหมครับ โอเค ท่องให้ขึ้นใจนะครับ “ถ้าจะเช่ารถ ต้องมีประกัน” และต้องเป็นประกันถูกประเภท และเช่ากับบริษัทรถเช่าที่ไว้วางใจได้ ผมเคยได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากผู้เช่ารถที่มีปัญหากับบางบริษัทรถเช่าในยามเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผมก็ช่วยและแนะนำอะไรไม่ได้มาก ก็ต้องคุยกันดีๆ ขอประนีประนอมกันไป ต้องจำไว้นะครับ กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

ถ้าอยากจะเช่ารถนั้นไม่ยากครับ ก่อนอื่นตรวจสอบข้อกำหนดของบริษัทให้เช่ารถแต่ละที่ก่อนว่าเขาต้องการอะไรบ้าง ปกติจะเช่ารถต้องมี
- บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างประเทศ)
- ใบขับขี่
- บัตรเครดิต
- ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

จากนั้นก็ต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เพื่อบริษัที่ให้เช่ารถจะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีรถที่เราต้องการว่างให้เช่าหรือเปล่า และราคาเท่าไหร่ ข้อมูลที่บริษัทรถเช่าทั่วๆไปต้องการคือ
- ประเภทของรถ เช่น ต้องการรถกี่ที่นั่ง เกียร์ธรรมดา หรือ เกียร์อัตโนมัติ
- วันและเวลาที่เริ่มเช่า และสิ้นสุด
- สถานที่ที่ต้องการรับรถ และคืนรถ
ปกติถ้ารู้ข้อมูลข้างต้นแล้ว บริษัทรถเช่า จะสามารถตรวจสอบให้เราได้ว่า มีรถที่ต้องการหรือไม่ และราคาเท่าไหร่ ระยะเวลาการเช่าที่ต่างกัน ราคาก็ต่างกันครับ อีกทั้งช่วงเวลาที่เช่าก็มีผลต่อราคาครับ เช่น ช่วงปีใหม่ ช่วงสงกรานต์ ราคาก็จะสูง

เมื่อเตรียมข้อมูลแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการจอง
- จองทางเว็บไซต์ ถ้าจะเช่ารถที่ภูเก็ต ก็จองได้ที่ http://www.purecarrent.com/
- จองทางโทรศัพท์

เมื่อทำการจองแล้ว ก็ต้องยืนยันการจอง โดยบริษัทรถเช่าก็มักจะขอข้อมูลบัตรเครดิต หรือให้ชำระเงินมัดจำ เพื่อเป็นการประกันการเช่าครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com
Tags: , , ,
« Previous posts Next posts » Back to top