Tag: ค่าเช่ารถ

เป็นเรื่องจริงที่หลายคนมองข้ามครับ จริงๆครับ บางครั้งเราอาจลืมคิด หรือไม่ทันคิดเรื่องนี้ คิดว่าเวลาจะเช่ารถ จะเช่ารถกับบริษัทไหนก็ได้ โดยเฉพาะเราคนไทย จะขอให้ราคาถูกที่สุดแค่นั้นเป็นพอ

จริงๆแล้วการเช่ารถไม่ง่ายเหมือนซื้อสินค้าครับ การซื้อสินค้า ถ้าเรารู้จักสินค้านั้นดีอยู่แล้ว อย่างเช่นจะซื้อผงซักฟอก เราก็สามารถเปรียบเทียบราคาอย่างเดียว เราก็ได้ผงซักฟอกที่เราต้องการในราคาที่ถูกที่สุด แต่การหารถเช่าสักคัน ผมคิดว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ต้องคำนึงถีงเวลาจะเช่ารถ ผมสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประการใหญ่ๆ

1. บริษัทรถเช่า ต้องซื่อสัตย์ เชื่อถือได้

เรื่องนี้ดูผิวเผินอาจเหมือนไม่มีอะไรสำคัญ ยิ่งถ้าเราไม่รู้จักว่าบริษัทไหนเป็นอย่างไร เราก็คิดว่าเช่าบริษัทที่ให้ราคาถูกไว้ก่อนดีกว่า อาจไม่เป็๋นอย่างที่คิดครับ เพราะถ้าบางบริษัทไม่มีความรับผิดชอบ ยกตัวอย่างเช่น ไม่มาส่งรถตรงเวลา ต้องคอยเป็นชั่วโมง แค่นี้ก็อาจทำให้ท่านหงุดหงิด ทำให้การท่องเที่ยวไม่มีความสุข หรืออาจทำให้พลาดนัดสำคัญได้

ผมเคยได้รับรู้เรื่องราวของบางบริษัทที่รับจองรถกับลูกค้าคนหนึ่งไว้ แต่พอมีการจองกับลูกค้าอีกคนหนึ่งซึ่งได้ราคาที่สูงกว่า ก็โทรไปยกเลิกลูกค้าคนแรก หรือไม่ไปส่งรถให้กับลูกค้าคนแรกเลย โดยไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงก็มี เหตุการณ์แบบนี้ ในช่วง Low Season ไม่ค่อยเจอหรอกครับ แต่ในช่วง High Season หรือช่วงปีใหม่ที่นิยมเรียกว่า Peak Period มีโอกาสเกิดขึ้นได้ อันนี้ต้องขอบอกว่าขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของแต่ละบริษัทจริงๆ

เกี่ยวกับรถเช่าแล้ว ถ้าคนไม่ซื่อคิดจะโกง โกงได้หลายรูปแบบครับ เช่น ถ้าตอนรับรถเราไม่ได้ตรวจให้ดี ตอนคืนรถ บริษัทรถเช่าแกล้งบอกว่ารอยขีดข่วนที่เคยมีอยู่เดิมเป็นรอยที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เมื่อเราเช่ารถไป แค่นี้ก็แย่แล้วครับ

2. คุณภาพของรถ
เรื่องคุณภาพรถเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากได้เช่ารถคันที่ไม่ดี นั่นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และจริงๆแล้ว ก่อนที่จะรับมอบรถจากบริษัทรถเช่าทุกครั้ง เราควรจะเช็ครถคร่าวๆว่า ทุกอย่างสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

จากที่ครอบครัวของผมมีประสบการณ์ในการทำรถเช่ามากกว่า 30 ปี ขอบอกได้เลยครับว่าเรื่องการดูแล ตรวจเช็ครถทุกคัน (ขอย้ำว่ารถทุกคัน) ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้จินตนาการนะครับว่า บริษัทรถเช่าส่วนใหญ่ไม่ได้มีรถแค่ 1 หรือ 2 คัน แต่มีรถเป็นสิบๆคัน การที่จะจัดระบบตรวจเช็ค และตรวจสอบรถทุกคันให้อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีอยู่เสมอไม่ง่ายจริงๆ ลองคิดดูว่า ถ้าเราบังเอิญไปเช่ารถคันที่ลืมตรวจเช็คเบรก หรือลมยาง จะเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่างแค่เรื่องเล็กๆ แต่อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้

3. ประกัน และเงื่อนไขการเช่าอื่นๆ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้สองข้อแรก ขับรถที่ไม่มีประกัน หรือมีประกันไม่ถูกประเภท อาจหมายถีงความรับผิดชอบใหญ่หลวงหรือหนี้สินก้อนโตที่รออยู่ข้างหน้า เพียวคาร์เร้นท์ ทำรถเช่ามานาน ลูกค้าไม่น้อยที่เป็นชาวต่างชาติ จึงทำให้เราตระหนักถึงเรื่องการมีประกันอย่างมาก เพราะชาวต่างชาติถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งในการเช่ารถ

ผมเคยเจอลูกค้าหลายคนที่ประมาท เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนขับรถที่มีระเบียบวินัย และไม่เคยเกิดอุบัตเหตุอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยสนใจเรื่องประกัน ผมได้มีโอกาสอธิบายลูกค้าหลายท่านไปว่า มันก็ถูกครับ แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว การที่เราทำประกันนั้น ส่วนหนึ่งเราไว้กันความผิดพลาดของตัวเอง แต่อย่าลืมนะครับ หลายๆครั้งความผิดพลาด หรืออุบัตเหตุที่เกิดขึ้น เราไม่ได้เป็นคนก่อหรือเราไม่ได้รู้เรื่องเลย แต่เรากลับต้องรับผิดชอบ เช่น จอดรถไว้ รถถูกชนแล้วหนี หรือ จอดรถไว้ แล้วรถถูกขโมย ถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้แล้วรถไม่มีประกัน รับรองว่าได้ใช้หนี้ก้อนโตแน่นอนครับ

เดี๋ยวนี้ บริษัทรถเช่าแทบทุกที่ก็บอกว่ามีประกันทั้งนั้น แต่หลายที่ก็ใช้ประกันผิดประเภท เนื่องจากมีค่าเบี้ยประกันถูก ไม่ได้ใช้ประกันเพื่อการพาณิชย์ ท่านก็อาจมีปัญหาได้ถ้าไปเจอบริษัทแบบนี้ หรือบางบริษัท พอรถชนเข้าจริงๆเก็บเงินค่าเสียหายส่วนแรกมากกว่าที่ตกลงกันไว้ก็มี เช่น เก็บค่าจอดซ่อมเพิ่ม หรือค่าอื่นๆ จิปาถะ

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่จะบอกว่า เพียวคาร์เร้นท์ ที่เดียวที่จะเชื่อถือได้ในตลาดรถเช่า ก็มีผู้ให้บริการที่ดีหลายราย แต่ท่านต้องศึกษาและเลือกใช้บริษัทรถเช่าที่เชื่อถือได้ อย่าคำนึงถึงเรื่องราคาค่าเช่ารถเป็นหลัก เพราะท่านอาจจะต้องจ่ายแพงกว่าหลายเท่าในอนาคต

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

จริงๆแล้วผมคิดว่าธุรกิจส่วนมากในภูเก็ตไม่ได้แยกระหว่างราคาคนไทยหรือราคาฝรั่งนะครับ นักท่องเที่ยวคนไทยหลายๆคนมาเที่ยวภูเก็ต แล้วรู้สึกว่าอะไรๆก็แพงไปหมด เมื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้าและบริการที่จังหวัดอื่น เลยคิดว่าราคาสินค้าในภูเก็ตมีเอาไว้ขายฝรั่งหรือเปล่า ในความเป็นจริงค่าครองชีพในภูเก็ตสูงจริงๆนะครับ เทียบกับอาหารจานเดียวปกติยังแพงกว่าราคาในกรุงเทพฯอย่างน้อยก็ 5-10 บาทเลย เพราะภูเก็ตผลิตอะไรเองไม่ได้ ต้องขนส่งมาจากจังหวัดอื่น สินค้าต่างๆก็เลยแพงกว่าที่อื่น ทีนี้พอสินค้าพื้นฐานแพง ก็เลยส่งผลให้อย่างอื่นแพงตามไปด้วย

น้ำมันที่ภูเก็ตก็ยังต้องแพงกว่าในกรุงเทพฯ และรถยนต์ รถโดยสารส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้ก๊าซ เพราะฉะนั้นรถโดยสารสาธารณะทั่วไปก็แพงด้วย ถ้าเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น อย่างถ้าจ้างแท็กซี่จาก ท่าอากาศยานภูเก็ต ไป ตัวเมืองภูเก็ต ระยะทางประมาณ 35 กม. ถ้าเป็นแท็กซี่มิเตอร์เหมือนในกรุงเทพฯก็คงประมาณ 250-350 บาท แต่แท็กซี่ในภูเก็ตคิดค่าบริการประมาณ 450-550 บาท (ราคาปี พ.ศ. 2551-2552) นอกจากปัจจัยเรื่องค่าน้ำมันที่มีผลต่อค่าโดยสารแล้ว จำนวนผู้โดยสารก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งครับ จำนวนประชากรในภูเก็ตมีไม่มาก และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้รถสาธารณะจึงทำให้รถแท็กซี่วิ่งได้แค่ขาเดียว หมายความว่าถ้าแท็กซี่ได้ลูกค้าจาก ท่าอากาศยานภูเก็ต ไป ตัวเมืองภูเก็ต ก็ยากที่จะหาลูกค้าขากลับได้ จึงทำมให้ต้นทุนของค่าบริการเพิ่มขึ้นมาก

สำหรับที่ เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent) เอง เราไม่เคยแยกระหว่างราคาคนไทย และราคาฝรั่งเลยครับ ลูกค้าทุกคนได้ราคาในมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าชนชาติไหน แต่ถ้าคิดถึงต้นทุนจริงๆแล้ว เราพบว่าการให้บริการลูกค้าฝรั่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าลูกค้าคนไทยครับ อันนี้เราคิดจากค่าเฉลี่ยโดยรวมนะครับ มิใช่คิดถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หลายท่านอาจส่งสัยว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ความจริงก็คือ ลูกค้าฝรั่งส่วนมากใช้รถน้อยกว่าคนไทยครับ ลูกค้าฝรั่งหลายคนของเราใช้รถน้อยมากจริงๆ เฉลี่ยไม่ถึง 30-40 กิโลเมตร/วันก็มี เมื่อใช้รถน้อย รถก็สึกหรอน้อย ต้นทุนของเราก็ต่ำ อีกประการหนึ่งต้องยอมรับว่าความรับผิดชอบ และระเบียบวินัยของฝรั่งมีมากกว่าคนไทยครับ เมื่อนัดรับรถหรือคืนรถก็มักจะมาตรงเวลาหรือมารอก่อนเวลา ก็ทำให้พนักงานรับส่งรถไม่ต้องรอนาน ก็ทำให้ต้นทุนพนักงานของเราลดลง ถ้าได้รู้ข้อเท็จจริงแล้ว สำหรับธุรกิจรถเช่าของเรา จริงๆลูกค้าฝรั่งควรจะได้ราคาถูกกว่าคนไทยด้วยหรือเปล่าครับ

อาจจะมีบางประเภทธุรกิจครับที่ต้องตั้งราคาสินค้าและบริการไว้สูง เพราะถ้ามีไกด์หรือคนขับรถพานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าหรือบริการ ทางร้านค้าต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับไกด์หรือคนขับรถด้วย แต่ร้านค้าส่วนมาก เมื่อเขาเห็นว่าเป็นคนไทยเข้าไปใช้บริการ เขาก็ลดราคาให้อยู่แล้วครับ

หมายเหตุ ที่ผมเขียนนี้เป็นเรื่องที่ผมได้รับประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง ที่เขียนคำว่า “คนไทย” ก็เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ผมได้พบเจอ จะต้องขออภัยไว้ตั้งแต่ต้นหากความเห็นบางประการในบทความนี้ขัดแย้งกับความคิดเห็นของท่าน ผมทราบดีว่าการอ้างอิงถึงเชื้อชาติ และศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมพยายามเขียนอย่างระวัง และก็เขียนในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักความเป็นไทย ผมมั่นใจว่าคนไทยเรามีหลายส่วนที่เป็นส่วนดี และมีหลายส่วนที่ต้องปรับปรุง

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

ถ้าให้ตอบจากใจผู้ให้บริการรถเช่า ผมคิดว่าคงไม่มีใครอยากเก็บเงินมัดจำหรือทำอะไรให้ยุ่งยากในขั้นตอนการจองหรอกครับ เพราะถ้ายิ่งขั้นตอนการจอง และการเช่ารถ ง่ายและสะดวกเท่าไหร่ ก็จะทำให้ลูกค้าพอใจมากขึ้นเท่านั้น และก็มีโอกาสที่จะได้ลูกค้ามากขึ้นด้วยครับ

แต่ในความเป็นจริง เวลาลูกค้าจะจองรถเช่า บริษัทรถเช่า ก็มักจะขอหมายเลขบัตรเครดิต หรือขอให้โอนเงินมัดจำเพื่อเป็นการประกันการเช่าก่อน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นละครับ จากประสบการณ์ที่ผมทำงานในบริษัทรถเช่า และเคยทำหน้าที่รับจองรถอยู่หลายปี ได้พบปะพูดคุยกับลูกค้าหลายชาติหลายภาษา ก็พบว่าคนทุกชาติทุกภาษาก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี มีทั้งคนที่มีความรับผิดชอบและไม่มีความรับผิดชอบ

ถ้าไม่มีการวางเงินมัดจำใดๆเลย บางคนก็แค่จองรถเอาไว้ แต่ไม่มารับรถ หรือไม่มาเช่าเสียเฉยๆก็มี ฟังดูก็ไม่เห็นน่าจะเสียหายมากมาย เอารถไว้ให้คนอื่นเช่าก็ได้ แต่ถ้าคิดในความเป็นจริงมันไม่ง่ายอย่างงั้นครับ สมมุติว่ามีคนจองรถไว้วันอังคารตอนเช้า นั่นหมายความว่ารถคันนั้นบริษัทรถเช่าจะให้ลูกค้าคนก่อนหน้าเช่าได้ไม่เกินวันจันทร์ตอนเย็น ถ้ามีลูกค้าที่ต้องการเช่าหลายวันบริษัทรถเช่าก็ให้เช่าไม่ได้เนื่องจากรถติดจองอยู่แล้ว พอถึงเวลาเช่า คนที่จองรถไว้ไม่มาเช่า บางครั้งบริษัทรถเช่าก็ยังไม่กล้าให้ลูกค้าคนอื่นเช่า เผื่อว่าคนที่จองรถไว้นั้นเกิดเหตุสุดวิสัยบางอย่างที่ทำให้มาไม่ทันเวลา ถ้ารีบให้คนอื่นเช่าไปก็อาจถูกต่อว่าได้ ว่าทำไม่ไม่เก็บรถไว้ให้ทั้งๆที่จองรถไว้แล้ว แต่ครั้นรอแล้วคนที่จองรถไว้ไม่มารับ มันก็ทำให้บริษัทรถเช่าสูญเสียโอกาสที่จะให้คนอื่นเช่ารถได้ และบางครั้งการสูญเสียโอกาส ไม่ใช่แค่สูญเสียการเช่าไปเพียง 1 วัน หลายครั้งที่ลูกค้าคนอื่นต้องการรถหลายวัน แต่บริษัทก็ให้คนอื่นเช่าไม่ได้เพราะรถถูกจองไว้แล้ว

รถเช่านั้นแตกต่างจากสินค้าอื่นครับ สินค้าอื่นถ้าขายลูกค้าคนแรกไม่ได้ ก็เก็บไว้เผื่อมีลูกค้าคนอื่นมาซื้อก็ขายได้ สำหรับรถเช่านั้น เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็เปรียบเสมือนเงินที่สูญเสียไปครับ เพราะการเช่านั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลา

ในทางกลับกัน ถ้ามองในมุมมองของผู้เช่า และในความเป็นจริง ก็มีครับที่หลายๆคนจองรถและจ่ายเงินมัดจำหรือให้หมายเลขบัตรเครดิตไว้แล้ว แต่บริษัทรถเช่ากลับไม่มีรถให้ในวันรับรถโดยอ้างเหตุผลต่างๆนานา ถึงแม้กับรถเช่ายี่ห้อดังก็เคยมีลูกค้าเจอปัญหานี้เช่นกัน อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของบริษัทรถเช่าแต่ละที่ครับ จริงๆแล้วอาจมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้บ้างครับ อันนี้ไม่ได้แก้ตัวแทนนะครับ ในบางครั้งรถที่ถูกจองไว้อาจเกิดอุบัติเหตุก่อนถึงวันจองไม่กี่วัน ทำให้ไม่สามารถหารถมาทดแทนได้ทัน และถ้าเป็นช่วงเทศกาล ก็ยากที่จะหารถมาแทนให้ได้จริงๆครับ ที่เพียวคาร์เร้นท์เองก็เคยมีปัญหานี้ครับ แต่เราก็สามารถแก้ไขให้ลูกค้ามีรถใช้ได้ ยังไม่เคยพลาด (อันนี้เป็นข้อมูลขณะเขียนนะครับ นับตั้งแต่อดีต ถึงตอนนี้ที่กำลังเขียนอยู่ ปี 2552 ครับ)

ผมคิดว่าบทความนี้อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจจิตใจคนทำธุรกิจรถเช่ามากขึ้นครับ และเข้าใจกระบวนการในธุรกิจรถเช่าด้วยครับ และก็แน่นอนครับ ในธุรกิจรถเช่าก็มีคนทำธุรกิจซึ่งซื่อสัตย์ และคนที่ไม่ดี ไม่ซื่อสัตย์ เหมือนคนในธุรกิจอื่นๆเหมือนกัน

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , ,

การคิดค่าเช่ารถปกติจะคิดเริ่มต้นด้วยระยะเวลาการเช่าอย่างน้อย 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมงครับ ยกตัวอย่างเช่น หากเริ่มต้นเช่ารถจากวันนี้เวลา 15.00 น. ก็สามารถคืนรถวันพรุ่งนี้เวลา 15.00 น. นับเป็นการเช่ารถ 1 วันครับ

มักจะมีคนสงสัยครับว่า ถ้าต้องการใช้รถแค่ไม่กี่ชั่วโมง จะเช่ารถไม่ถึงวันได้หรือเปล่า จริงๆแล้วก็ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดกฎเกณฑ์ของแต่ละบริษัทครับ แต่โดยปกติทั่วไปการเช่ารถขั้นต่ำมักจะต้องมีระยะเวลาการเช่าอย่างน้อย 1 วัน ถ้าเช่าไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็คิดค่าเช่าเท่ากับ 1 วัน หากมีบริษัทรถเช่าบางที่ที่เขาให้บริการเช่ารายชั่วโมง อัตราค่าเช่ารถรายชั่วโมงก็จะสูงเมื่อเปรียบเทียบกับการเช่า 1 วันครับ คงไม่มีบริษัทไหนที่ให้เช่ารถรายชั่วโมง โดยนำอัตราค่าเช่ารายวัน มาหาร 24 แล้วคิดเป็นอัตราค่าเช่ารายชั่วโมงครับ เพราะคิดแล้วคงไม่คุ้มกับต้นทุนการทำธุรกิจ

ถ้าเปรียบเทียบก็อาจจะเปรียบกับโรงแรมที่อยู่ใกล้ท่าอากาศยานที่มักจะมีห้องพักบริการแบบเป็นรายชั่วโมงสำหรับลูกค้าที่ต้องรอต่อเครื่อง อัตราค่าห้องพัก 3-4 ชั่วโมงมักจะเท่ากับ 60-70% ของอัตราค่าห้องพัก 1 คืน หรือหากถ้าท่านพักในช่วงกลางคืน ทางโรงแรมก็ต้องคิดค่าห้องอย่างน้อย 1 คืน

อีกกรณีที่พบบ่อยคือ ถ้าเช่ารถมากกว่า 1 วัน แต่ต้องการคืนรถหลังจากเวลาที่รับรถ จะคิดค่าเช่าอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น หากเริ่มเช่ารถวันนี้เวลา 09.00 น. และต้องการคืนรถพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. จะคิดค่าเช่าอย่างไร อันนี้จริงๆก็ขึ้นอยู่กับกฎของบริษัทรถเช่าแต่ละที่ครับ จากประสบกาณ์ของผม บริษัทรถเช่ามักจะคิดอัตราค่าเช่าของชั่วโมงที่เกิน เท่ากับ 1/5 หรือ 1/6 ของอัตราค่าเช่ารายวัน ยกตัวอย่างเช่น อัตราค่าเช่ารถ 1 วัน เท่ากับ 1,200 บาท/วัน อัตราค่าเช่ารถรายชั่วโมง จะเท่ากับ 240 บาท/ชั่วโมง (ถ้าคิด 1/5 ของอัตราค่าเช่ารถรายวัน) หรือ จะเท่ากับ 200 บาท/ชั่วโมง (ถ้าคิด 1/6 ของอัตราค่าเช่ารถรายวัน)

มักจะมีคนสงสัยครับว่า ทำไมไม่คิดค่าเช่ารายชั่วโมงเท่ากับ ค่าเช่ารายวันหารด้วย 24 ชั่วโมง อันนี้ถ้าถามมือใหม่ก็คงงงครับ ถ้าจะให้ตอบแบบไม่อยากอธิบายมากก็จะบอกว่า “เป็นกฎของบริษัทครับ” แต่ถ้าจะให้ตั้งใจตอบจริงๆแล้ว ทุกอย่างมีหลักการและเหตุผลครับ เหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะช่วงเวลาทำงานครับ คนที่ต้องการเช่ารถ ส่วนมากก็ต้องการเช่ารถหรือต้องการใช้รถในช่วงเวลากลางวันครับ สมมุติถ้าลูกค้าคนหนึ่งเริ่มเช่ารถเวลา 11.00 น. แล้วต้องการคืนรถวันถัดไปเวลา 16.00 น. ก็ยากที่จะหาลูกค้าคนต่อไปมาเช่ารถต่อ ก็ต้องรอจนถึงวันรุ่งขึ้น เหมือนกับเสียเวลาการเช่าไป 1 วัน ทั้งๆที่ลูกค้าคนแรกใช้รถเกินมาแค่ 5 ชั่วโมง

ถ้าเปรียบเทียบกับโรงแรม เวลาที่ต้องคืนห้อง (check out) คือเวลาเที่ยงวัน ถ้าท่านต้องการคืนห้องหลังจากนั้น ทางโรงแรมก็อาจจะอนุโลมให้ไม่เกิน 15.00 – 16.00น. ในกรณีที่มีห้องว่าง แต่ถ้าท่านต้องการคืนห้องหลังจากนั้น ทางโรงแรมก็มักจะคิดค่าห้องเพิ่ม 1 คืน เพราะโรงแรมจะไม่สามารถเก็บห้องนั้นไว้สำหรับลูกค้าคนต่อไปได้ หรืออาจจะยุ่งยากต่อการทำความสะอาดและยุ่งจากต่อระบบการจองห้องพัก

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,
Back to top