Tag: รถยนต์

โปรดระวังรถมอเตอร์ไซค์ เพราะอาจจะมีรถมอเตอร์ไซด์มากมายขับบนท้องถนนอย่างไม่เป็นระเบียบ

โปรดระวังรถที่จอดอยู่ข้างถนน หรือรถที่กำลังจะออกจากทางแยก เพราะบางครั้งเขาก็ขับออกมาโดยไม่สนใจรถทางตรง

ในใจกลางเมืองภูเก็ตจะมีถนนหลายสายที่เป็นระบบวันเวย์ ดังนั้นควรสังเกตป้ายสัญลักษณ์จราจรให้ถี่ถ้วนก่อนขับบนถนนสายใดๆ

บริเวณหาดป่าตองนั้น ถนนสายหลัก 2 เส้นหลักใกล้หาด จะเป็นระบบวันเวย์ และมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ดังนั้นควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และหากท่านต้องการเลี้ยวจากถนนด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง โปรดระวัง ท่านต้องขับทางด้านขวาของถนน

โปรดระมัดระวังรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ ที่อาจจะขับสวนเลนส์บนข้างทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในถนนเทพกระษัตรี

ในการจอดรถควรสังเกตป้ายสัญญาณจราจร ก่อนจะจอดรถ และห้ามจอดรถตรงบริเวณป้าย ห้ามจอด หรือตรงบริเวณฟุตบาธที่มีการทาสี ขาว-เหลือง และ ขาว-แดง  บางที่จะมีการห้ามจอดเฉพาะเวลา หรือ ห้ามจอดเฉพาะวันคู่ หรือวันคี่

อย่า!วางของมีค่าทิ้งไว้ในรถ เพราะรถอาจถูกทุบกระจก และโขมยทรัพย์สินได้

Tags: , , , , , , ,

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับรถเช่าของ เพียวคาร์เร้นท์ ครับ  ตอนแรกๆที่เจอปัญหานี้ก็งงเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

เรื่องมีอยู่ว่าเคยมีฝรั่งที่เช่ารถของเพียวคาร์เร้นท์ไป และโทรมาบอกว่ารถสตาร์ทไม่ติด ตอนแรกก็นีกว่าอาจเป็นปัญหาทั่วไปเช่นแบตเตอรี่เสีย แต่พอตรวจอบจริงๆกลับไม่ใช่ แบตเตอรี่ก็ยังดีอยู่ แต่รถสตาร์ทไม่ได้ แต่พอสังเกตดู เจอมดเยอะแยะมาอาศัยกล่องฟิวส์ในรถของเราเป็นรัง

ครั้งที่2 มีลูกค้าชาวสิงคโปร์เช่ารถเพียวคาร์เร้นท์ไปเช่นกัน หลังจากนั้น 1-2 วัน ลูกค้าโทรมาบอกว่า ทำไมในรถมีมดเยอะแยะเลย ตอนแรกเราก็ตกใจมาก เพราะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ แต่พอตรวจสอบกับลูกค้า ก็พบว่ามดที่เจอเป็นมดดำตัวใหญ่ ซึ่งปกติไม่มีมดชนิดนี้ที่โรงจอดรถของเรา

เมื่อตรวจสอบทั้ง 2 กรณีข้างต้นก็พบว่า ลูกค้าไปจอดรถบริเวณพื้นดิน ใกล้ต้นไม้ และเมื่อฝนตก มดก็หนีน้ำขึ้นมาใช้รถเป็นที่อยู่แทนรังของมัน เรื่องที่ไม่คิดว่าจะเป็นไป ก็เป็นไปได้ครับ บางครั้งก็สร้างความปวดหัวให้เราได้

ปัญหาแบบนี้อาจไม่เกิดกับชุมชนเมืองอย่างในกรุงเทพฯ แต่หากขับรถในต่างจังหวัดอาจต้องระวังครับ

Tags: , , , ,

เร็วๆนี้ ผมได้รับโทรศัพท์จากน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งจะซื้อรถยนต์ป้ายแดงมา และคิดที่จะลดภาระในการผ่อนรถยนต์ในแต่ละเดือนโดยการนำรถไปฝากไว้กับบริษัทรถเช่า เพื่อให้บริษัทรถเช่านำไปให้ลูกค้าเช่าอีกต่อหนึ่ง เพื่อจะมีรายได้เพิ่มมาช่วยผ่อนรถยนต์ของตัวเอง

จริงๆกรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรกที่ผมเจอ มีคนที่จะนำรถยนต์มาฝากกับบริษัทของเราเพื่อให้เช่าหลายราย แต่เรามักจะไม่รับครับ เหตุผลก็คือ เราอาจจะควบคุมคุณภาพของรถไม่ได้เต็มที่ เช่น ไม่รู้ประวัติการซ่อมที่แท้จริงของรถ หรือ ไม่สามารถควบคุมคุณภาพของอะไหล่ที่ใช้กับรถได้

ในวันนั้นที่น้องเขาโทรมาเพื่อจะฝากรถไว้ให้เช่า พอดีผมพอมีเวลา จึงอธิบายข้อดีข้อเสียกับน้องเขาไป และผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับหลายท่าน จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ข้อดี

– แน่นอนครับ คือ ได้เงิน (และน่าจะไม่มีข้อดีอย่างอื่นแล้ว ยังคิดข้อดีข้ออื่นไม่ออกในตอนนี้)

ข้อเสีย

รถยนต์ของเราอาจมีรอยขีดข่วนเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน ตามสถิติที่ เพียวคาร์เร้นท์ รถยนต์ป้ายแดงของเรามักจะมีรอยแรกขณะยังไม่ทันเปลี่ยนป้ายแดงซะด้วยซ้ำ ปกติก็ไม่เกิน 3 เดือนต้องมีรอยขีดข่วนไม่เล็กก็ใหญ่

รถหาย ไม่มีบริษัทเช่ารถรายไหนที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องรถหายหากทำธุรกิจมานานพอ เรื่องรถหายยังไงก็อยู่คู่กับธุรกิจรถเช่าครับ ในกรณีที่ผู้เช่าเช่ารถไป แล้วรถโดนขโมย อันนี้ไม่มีปัญหาครับ บริษัทประกันรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายให้ แต่ในกรณีที่รถถูกเช่าไป แล้วผู้เช่าเป็นคนขโมยรถไปเสียเอง กรณีนี้บริษัทประกันยกเว้น ไม่จ่ายค่าเสียหายนะครับ เพราะถือว่าเป็นการยักยอกทรัพย์ มิใช่ลักทรัพย์ เป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัย

ถ้าเกิดการยักยอกทรัพย์ เหมือนในกรณีที่ 2 ขึ้นแล้ว จะรู้ซึ้งถึงหัวอกคนที่ต้องผ่อนกุญแจรถครับว่าเป็นอย่างไร

– ข้อเสียอื่นๆก็ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของบริษัทรถเช่า หากคิดจะฝากรถไว้ให้เช่าจริงๆ ก็ควรจะหาบริษัทรถเช่าที่ไว้ใจได้ เพราะมีทั้งเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ การเลือกลูกค้าสำหรับรถของเรา การจัดคิวหรือการเลือกรถให้ลูกค้า ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องหาพันธมิตรที่ดีที่เชื่อถือได้ครับ

ผมเคยได้รับฟัง ในบางกรณี บริษัทรถเช่าทำสัญญา เก็บเงินจากลูกค้าแล้ว แต่มิได้นำเงินส่งให้เจ้าของรถ หนำซ้ำรถยนต์ไปเกิดอุบัติเหตุ แล้วประกันที่ใช้เป็นแบบบุคคลธรรมดา (ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์) ฝรั่งที่เป็นลูกค้าก็ไม่ยอม เงินก็ไม่ได้ รถก็พัง เรียกว่าซวยซ้อนซวยจริงๆครับ คงไม่ต้องสนใจหรอกครับว่าเป็นบริษัทไหน แต่ลองพิจารณาดู กรณีอย่างนี้มันเป็นไปได้จริงๆ

อันนี้เราควรรู้ไว้เพื่อจะได้ระวัง แต่อย่าระแวงไปเสียทั้งหมด บริษัทรถเช่าดีๆก็มีเยอะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอออกตัวก่อนนะครับว่า เพียวคาร์เร้นท์ ไม่มีนโยบายรับรถจากบุคคลอื่นมาให้เช่าจริงๆ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , ,

การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ เอาแบบจำง่ายๆ ทุกคนทำได้กันเลยแล้วกันนะครับ คือ

+ เอาขั้วบวกต่อกับขั้วบวก ( + ต่อ + )
เอาขั้วลบต่อกับขั้วลบ (- ต่อ – )

เริ่มต้นด้วยการเตรียมรถที่จะเอามาพ่วงควรจะมีแบตเตอรีลูกใหญ่กว่าหรือเท่ากับรถที่แบตเตอรี่เสีย
– ใช้สายพ่วงเส้นสีดำ หนีบขั้วลบของแบตเตอรี่ที่มีไฟ พ่วงกับ ขั้วลบของแบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟ
– ใช้สายพ่วงเส้นสีแดง หนีบขั้วบวกของแบตเตอรี่ที่มีไฟ พ่วงกับ ขั้วบวกของแบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟ
– สตาร์ทรถคันที่แบตเตอรี่มีไฟ
– รอ 1-3 นาที (เพื่อให้แบตที่ไม่มีไฟได้ชาร์จประจุ) แล้วจึงสตาร์ทรถคันที่แบตเตอรี่ไม่มีไฟ
– เอาสายพ่วงเส้นสีแดงออก
– เอาสายพ่วงเส้นสีดำออก

ข้อควรระวัง: เมื่อหนีบสายพ่วงเส้นสีแดงกับขั้วบวกแล้ว ไม่ควรให้ตัวหนีบอีกด้านไปสัมผัสกับร่างกาย หรือโลหะ เนื่องจากอาจทำให้ไฟช๊อตได้

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , ,

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์เล็กๆชิ้นหนึ่งในรถยนต์ที่ไม่แพ้ส่วนอื่นๆ เพราะถ้าไม่มีแบตเตอรี่ รถก็สตาร์ทไม่ได้ การดูแลแบตเตอรี่นั้นไม่ยุ่งยาก แต่หากลืม อาจทำให้ใช้รถไม่ได้ และทำให้เกิดความไม่สะดวก

การดูแลแบตเตอรี่ประจำสัปดาห์
– ควรหมั่นเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คือ ให้อยู่เหนือระดับแผ่นตะกั่ว แต่อย่าให้ระดับน้ำกลั่นสูงจนเกินไป (อย่าเกินระดับ MAX)
– ตรวจลักษณะภายนอกของแบตเตอรี่ว่ายังดีอยู่ ตัวแบตเตอรี่ไม่นูน หรือโป่งพอง
– ดูแผ่นตะกั่ว แผ่นตะกั่วควรอยู่ในลักษณะตรง ขนานกัน ระยะห่างแต่ละแผ่นเท่าๆกัน

การเติมน้ำกลั่น
จริงๆแล้วไม่มีอะไรมากครับ ก็แค่เติมน้ำกลั่นลงไปให้ได้ระดับที่เหมาะสม อยู่ระหว่างระดับ Min และ ระดับ Max แต่ปกติจะกะให้อยู่ตรงระดับยากครับ กะง่ายๆ ให้ระดับน้ำกลั่นเลยแผ่นตะกั่วเล็กน้อยเป็นอันใช้ได้ครับ มีข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ ถ้าน้ำกลั่นของแบตเตอรี่แห้งมาก ให้เติมน้ำกลั่นพอท่วมแผ่นตะกั่ว อย่าเติมน้ำกลั่นมากเกินไป เพราะจะทำให้แบตเสียไปเลยได้

ตอนแรกๆผมก็ดูไม่เป็นครับว่าเมื่อไหร่ควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ แบตฯลูกหนึ่งก็หลายบาท ถ้าเปลี่ยนเร็วก็เปลืองเงิน ถ้าไม่เปลี่ยนก็กลัวแบตเตอรี่เสียกลางทาง แบตเตอรี่ถ้าดูแลรักษาไม่ดี บางครั้งก็ใช้ได้ไม่ถึงปี แต่ถ้าดูแลรักษาดีๆ ใช้ได้ 2-3 ปีก็ไม่มีปัญหา

การสังเกตแบตเตอรี่เสื่อม
ที่ด้านข้างแบตเตอรี่จะนูนหรือพองออกด้านนอก ถ้ามองด้วยตาอาจจะเห็นไม่ชัด ให้ลองใช้มือลูบดูครับ โดยเฉพาะด้านสั้นจะลูบแล้วรู้สึกได้ง่ายหากแบตเตอรี่พอง
แผ่นตะกั่วข้างในแบตเตอรี่จะโค้ง ไม่ขนานกัน อันนี้ลองเปิดฝาที่ใช้เติมน้ำกลั่นดูก็จะเห็นครับ
ปกติถ้าแบตเตอรี่เสื่อม ก็จะเห็นอาการผิดปกติทั้งสองอย่างครับ ถ้าเห็นอาการดังกล่าวแล้วก็เตรียมตัวเปลี่ยนได้เลยครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

แน่นอนครับ ถ้าแบตหมด หรือไม่มีไฟในแบตเตอรี่ รถก็สตาร์ทไม่ติดแน่นอน แต่ถ้ารถสตาร์ทไม่ติด อาจมีหลายสาเหตุ ไม่ใช่เพราะแบตหมดเสมอไป

แบตหมด หรือแบตไม่มีไฟ หรือแบตไฟอ่อน เป็นได้จาก 2-3 สาเหตุที่พบบ่อย เช่น
– จอดรถแล้วเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้
– ไม่ได้ใช้รถนานๆ ทำให้แบตเตอรี่ไม่ได้รับการชาร์จ (การเพิ่มไฟฟ้าในแบตเตอรี่)
– ไดชาร์จเสีย ทำให้แบตเตอรี่ไม่ได้รับการชาร์จ

หากจอดรถไว้ แล้วกลับมาสตาร์ทรถไม่ติด ก็ให้ลองตรวจดูดังนี้
1. ลืมเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้หรือไม่ ถ้าเปิดไฟหน้าไว้ ก็หารถอีกคัน หรือแบตเตอรี่ที่มีไฟมาพ่วงได้เลยครับ

2. ลองเปิดไฟหน้ารถดู ว่ายังสว่างเหมือนเดิมหรือไม่ หรือลองกดแตรดู ว่าแตรยังดังเหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าไฟหน้าสว่างน้อยลง หรือแตรดังเบาลงจากปกติ เป็นไปได้มากที่รถสตาร์ทไม่ติดเพราะไฟในแบตเตอรี่มีไม่พอ ให้หารถอีกคัน หรือหาแบตเตอรี่อีกลูกมาพ่วงได้เลยครับ แล้วค่อยหาสาเหตุว่าที่แบตไม่มีไฟเพราะอะไร อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อม หรือไดชาร์จเสียก็ได้ ให้ช่างดูดีกว่าครับ

3. แต่ถ้าลองเปิดไฟ และบีบแตร แล้วรู้สึกว่าปกติ และมั่นใจว่าแบตไม่น่าจะหมด ก็เรียกช่างเลยครับ เพราะสาเหตุของการสตาร์ทรถไม่ติดมีมากมายเหลือเกิน

ก็เป็นวิธีที่จะช่วยเหลือตัวเอง และตรวจสอบด้วยตัวเองง่ายๆครับ ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ผมไม่ใช่ช่าง ที่แนะนำในบทความนี้ก็จากประสบการณ์ของตัวเองครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , ,

อันนี้ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมเองก็ไม่ใช่มือหนึ่งหรือมือโปรในเรื่องรถยนต์ แต่จากประสบการณ์การทำงานกับรถยนต์ในบริษัทรถเช่ามาหลายปี ต้องสอนให้พนักงานใหม่หลายคนหัดดูแลรถยนต์ เพื่อให้รถยนต์ของเราอยู่ในสภาพดี และปลอดภัยเสมอ ทำให้รู้ว่าหลายๆคนไม่รู้ว่าจะดูแลรถยนต์อย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง จึงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ให้ผู้ที่อยากรู้เรื่องนี้ครับ

จริงๆต้องยอมรับครับว่า ตอนที่ผมขับรถของผมเองตอนทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ผมก็ปล่อยปะละเลยไม่ค่อยดูแลรถของตัวเองมากนัก แต่พอมาเข้ามาอยู่ในธุรกิจรถเช่าแล้ว ต้องดูแลรถเช่าทุกคันให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา ดีกว่ารถตัวเองด้วยซ้ำ อันนี้เพราะความปลอดภัยของลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเรา และถ้าบกพร่องในจุดนี้ เราอาจจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเลยก็ได้

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ การดูแลรถยนต์ด้วยตนเองต้องตรวจเช็คอะไรบ้าง

1. ยางรถยนต์ อันนี้ผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าใช้ยางรถยนต์ไม่ดี เสื่อมคุณภาพอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การตรวจยางรถยนต์ ก็ต้องดูองค์ประกอบหลายๆอย่างดังนี้

– ประการแรก ก็ให้ดูระดับลมยาง วัดระดับลมยางให้พอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป ให้ดูที่คู่มือรถ หรือข้างประตูคนขับ จะมีบันทึกไว้ว่าระดับความดันที่เหมาะสมของรถเราควรจะเป็นเท่าไหร่
– ลำดับต่อไป ก็ดูสภาพยางโดยรวมว่ามีรอยแตก รอยแหว่งหรือไม่ ถ้ามีก็ควรปรึกษาร้านยางเพื่อให้ตรวจสอบดู
– ตรวจดูดอกยาง ควรจะเหลือมากกว่า 3 มิลลิเมตร
– สุดท้ายควรดูความยืดหยุ่นของยางว่ายังดีหรือไม่ โดยปกติที่รอบๆยางจะมีหนวดเส็นเล็กๆยื่นออกมา ลองดึงดูครับ ถ้าดึงดูแล้วมันยังยืดหยุ่นดี ไม่ขาดง่ายแสดงว่ายางยังดีอยู่ แต่ถ้าดึงกี่เส้นก็ขาดง่าย แสดงว่ายางเริ่มเสื่อมแล้วครับ

เกือบลืมไปครับ การตรวจยางรถยนต์ ควรตรวจให้ครบทุกเส้นนะครับ อย่าลืมว่า ยางรถยนต์ของเรามีทั้งหมด 5 เส้นนะครับ อย่างลืมตรวจยางสแปร์ดัวย

2. น้ำในหม้อน้ำ และ หม้อพัก การตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นนี้ก็สำคัญครับ เพราะถ้าลืม ปล่อยให้น้ำแห้ง อาจจะทำให้เครื่องยนต์เสียหาย เสียเงินหมื่นเงินแสนได้ง่ายๆ

การตรวจน้ำในหม้อน้ำไม่ยากครับ ปกติพอเปิดฝาหม้อน้ำดูแล้ว น้ำต้องอยู่ในระดับเต็มครับ ข้อระวังคือ หากหม้อน้ำร้อนอยู่ หรือเพิ่มดับเครื่อง ควรรอให้หม้อน้ำเย็นก่อน มิฉะนั้น ความดันของน้ำในหม้อน้ำอาจดันน้ำร้อนพุ่งออกมาเข้าหน้าเข้าตาได้

สำหนับหม้อพัก น้ำควรอยู่ระดับกลางๆครับ ไม่มากหรือน้อยเกินไป ปกติจะอยู่ระหว่างระดับ Min และระดับ Max ที่เขียนอยู่ที่ข้างหม้อพักครับ

สำหรับมือใหม่จริงๆ หม้อน้ำคือแผงโลหะ มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ฝาหม้อน้ำมักจะทำด้วยโลหะฝาสีเงินครับ ส่วนหม้อพัก ส่วนมากเป็นกระบอกพลาสติกสีขาว มีท่อน้ำเล็กเชื่อมต่อไปยังหม้อน้ำ

3. น้ำมันเครื่อง อันนี้ควรเช็คครับ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีปัญหาก็ตาม เพราะถ้าเราสังเกตเห็นระดับน้ำมันเครื่องน้อยผิดปกติ อาจแสดงถึงเครื่องยนต์กำลังมีปัญหาครับ

การตรวจสอบก็ทำได้โดยการดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา แล้วใช้กระดาษทิสชูเช็ด จากนั้นก็เอาก้านวัดระดับจุ่มลงในรูเดิมที่ดึงออกมาแล้วดึงออกมาอีกครั้งหนึ่ง ระดับน้ำมันเครื่องควรอยู่ตรงกลางระหว่างระดับ Min และระดับ Max ครับ

4. น้ำกลั่นแบตเตอรี่ ถ้าน้ำกลั่นแห้ง อาจไม่ถึงขั้นอันตรายครับ แต่อาจทำให้เสียตังค์ และไม่สะดวกถ้ารถสตาร์ทไม่ติด

ควรจะเติมน้ำกลั่นให้อยู่เหนือระดับตะกั่วในแบตเตอรี่ครับ แต่ไม่ควรเติมในระดับที่สูงเกินไปนะครับ ที่ข้างแบตเตอรี่ก็จะมีระดับ Min และ Max เหมือนกัน ไม่ควรเติมน้ำกลั่นให้เกินระดับ Max ครับ

ข้อควรระวัง ไม่ควรอานิ้วแหย่ลงไปในรูที่เติมน้ำกลั่น หรือระวังหากเติมน้ำกลั่นจนล้นออกมาจากแบตเตอรี่ อย่าให้โดนร่างกายของเราครับ เพราะของเหลวที่ล้นออกมามันคือกรดครับ ไม่ใช่น้ำกลั่นธรรมดาแล้ว

5. น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันเพาเวอร์ แค่ดูว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็โอเคแล้ว ปกติก็จะอยู่ในกระปุกพลาสติกเล็กๆ รักษาระดับน้ำมันให้อยู่ตรงกลางระหว่างระดับ Min และระดับ Max ครับ

6. พัดลมหม้อน้ำ และ พัดลมแอร์ ควรสังเกตเป็นระยะเหมือนกันครับ ลองดูว่ามีรอยแตก ฉีกที่สายพานหรือไม่ หรือสายพานหย่อนหรือไม่ ถ้ามีปัญหาก็ควรเข้าศูนย์เพื่อให้ช่างตรวจสอบครับ

7. สายพานต่างๆ โดยมากไม่ค่อยเสียครับ แต่ควรสังเกตไว้ให้เป็นนิสัย เพราะถ้าพัดลมเสียก็ทำให้การระบายความร้อนไม่ดีเท่าที่ควร อาจมีผลต่อความร้อนของเครื่องยนต์ และทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

ลองดูว่าพอเครื่องร้อนแล้ว พัดลมหม้อน้ำ (พัดลมตัวใหญ่) ก็จะเริ่มหมุนครับ และสำหรับพัดลมแอร์ (พัดลมตัวเล็ก) พอเปิดแอร์สักระยะหนึ่งแล้ว ก็จะเริ่มหมุนเหมือนกันครับ

อันนี้ก็เป็นวิธีง่ายๆที่เราสามารถตรวจสอบรถเราด้วยตนเอง เพื่อยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ และ ประหยัดเงินในกระเป๋าในระยะยาว

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , , , , , ,
Back to top