Tag: อุบัติเหตุ

มีลูกค้าหลายท่านถามเกี่ยวกับเรื่องประกันกับผม จริงๆแล้วส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งครับที่ถามเกี่ยวกับประกัน คนไทยส่วนมากไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ ทั้งๆที่จริงๆเป็นเรื่องสำคัญมาก ผมจึงอยากจะถือโอกาสนี้ชี้แจงเพื่อเราจะได้เข้าใจกันมากขึ้นเกี่ยวกับการประกันภัยรถเช่า

อันนี้ผมขออธิบายโดยตั้งสมมุติฐานว่า บริษัทรถเช่านั้นใช้ประกันแบบถูกต้อง คือ แบบเพื่อการพาณิชย์นะครับ ถ้าเราเผลอไปเช่ารถกับบริษัทรถเช่าที่ใช้ประกันแบบบุคคลทั่วไปที่เราๆท่านๆใช้กันอยู่ แบบนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันจะปฏิเสธการจ่ายค่าเสียหายแน่นอน

มีหลายคนสงสัยครับว่า เมื่อรถที่เราเช่าไปเกิดอุบัติเหตุ แล้วเราจะเสียแค่ค่าความเสียหายส่วนแรกแค่นั้น ไม่ต้องชำระค่าอะไรอีกแล้วจริงๆหรือเปล่า ไม่ว่าจะเกิดความเสียหายแค่ไหน ประกันก็จะรับผิดชอบแทนเราใช่ไหม (ค่าความเสียหายส่วนแรกนั้น จะมากน้อยขึ้นอยู่กับบริษัทรถเช่าครับ สำหรับที่ เพียวคาร์เร้นท์ ค่าความเสียหายส่วนแรกแค่ 5,000 บาท – ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2552) คำตอบคือทั้งจริงและไม่จริงครับ

หลายๆท่านอาจจะเริ่มงง อย่าเพิ่งงงครับ กำลังจะอธิบายให้ชัดเจนครับ ปกติแล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากเราเป็นฝ่ายผิด ค่าใช้จ่ายที่เราต้องเสียมีอะไรบ้าง ผมขอแจกแจงคร่าวๆดังนี้
–      ค่าซ่อมรถ (ทั้งรถของเราเอง และคู่กรณี)
–      ค่าลากรถ (หากรถไม่สามารถขับเคลื่อนได้)
–      ค่ารักษาพยาบาล (ทั้งคนในรถของเราเอง และคู่กรณี)
–      ค่าชดเชยหากไม่สามารถทำงานได้
–      ค่าชดเชยที่รถไม่สามารถใช้งานได้ (หากคู่กรณีเรียกร้อง)
–      ค่าทำขวัญ (หากคู่กรณีเรียกร้อง)
–      ค่าปรับ

โดยหลักการแล้วบริษัทประกันจะจ่ายค่าเสียหายแทบทุกอย่างที่มีใบเสร็จครับ (ยกเว้น ค่าปรับ) ไม่ว่าจะเป็น ค่าซ่อมรถ ค่าลากรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยที่เราไม่สามารถทำงานได้ ปกติบริษัทประกันจะจ่ายให้ทั้งหมดครับ แต่จ่ายตามจริงนะครับ จะเรียกร้องเกินจริงไม่ได้ เช่น ค่าชดเชยที่เราไม่สามารถทำงานได้ บริษัทประกัน จะจ่ายให้ตามที่มีหลักฐานยืนยัน เช่น สลิปเงินเดือน หรือ หลักฐานการเสียภาษี เราไม่สามารถที่จะโมเมขอเงินชดเชยเยอะๆได้

แต่เรื่องค่าทำขวัญ และ ค่าชดเชยที่รถไม่สามารถใช้งานได้ ปกติต้องตกลงกันเองระหว่างคู่กรณีครับ ประกันมักจะไม่มาเกี่ยวข้องกับส่วนนี้ พูดตรงก็คือ ประกันไม่จ่าย ต้องขอเจรจา หรือประนีประนอมกันไป

แล้วค่าเสียหายส่วนที่บริษัทประกันต้องจ่าย เขาจะจ่ายให้ทั้งหมดไม่ว่าวงเงินเท่าไหร่จริงหรือ ตอบได้เลยว่าไม่จริงครับ ประกันภัยจะจ่ายให้เท่ากับวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับประกันสุขภาพจะชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเราทำประกันสุขภาพ แล้วเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล บริษัทประกันก็จะจ่ายเงินให้เราไม่เกินวงเงินที่เราทำประกันไว้ ถ้าค่าพยาบาลเกินวงเงิน เราก็ต้องจ่ายเพิ่มเอง

แต่ปกติแล้ววงเงินที่ระบุได้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ก็สูงพอสำหรับการรักษาพยาบาล และค่าเสียหายในกรณีปกติ เรามักจะไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (ยกตัวอย่าง กรมธรรม์ส่วนมากที่เพียวคาร์เร้นท์ ทำกับบริษัทประกันภัย ก็ให้ความคุ้มครองอย่างน้อย 10 ล้านบาท ที่ผ่านมาก็เพียงพอในทุกกรณี – ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2552) ผมคิดว่าต้องเป็นกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบโชคร้ายมากๆ เช่น ไปขับรถชน แล้วมีรถเสียหาย 20 คัน มีคนบาดเจ็บ 100 คน เป็นต้น ยังไงๆวงเงินประกันก็ไม่พอแน่ๆครับ

นอกจากค่าเสียหาที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ในส่วนของคดีอาญา ผู้ขับต้องรับผิดชอบเองนะครับ คงไม่มีใครมารับผิดชอบแทนได้

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , ,

อ่านหัวข้อแล้วอาจจะงงครับ จริงๆแล้วผมมักจจะเจอคำถามว่า การเช่ารถนั้น ราคารวมประกันหรือเปล่า ผมก็มักจะตอบว่า อัตราค่าเช่ารถของเรา (เพียวคาร์เร้นท์) รวมประกันชั้น1 หากเกิดอุบัติเหตุสูญหาย ผู้เช่าจะต้องชำระค่าความเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท ในกรณีรถเราเป็นฝ่ายผิด (ค่าความเสียหายส่วนแรก หรือค่าความรับผิดชอบส่วนแรกนี้ ถ้าใครเคยทำประกันรถยนต์ ก็มักจะคุ้นเคยกับคำว่า ค่าดีดัก หรือ deductible) ค่าความเสียหายส่วนแรกนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทของรถ และขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทรถเช่านะครับว่าจะเก็บเท่าไหร่ ผมคิดว่าส่วนมากมักจะเริ่มต้นจาก 5,000 ถึง 10,000 บาท

ตอนนี้ก็จะมีคำถามตามมาละครับว่า “อ้าว! ไหนว่าเช่ารถรวมประกันชั้นหนึ่ง ทำไมเวลาเกิดอุบัติเหตุ ผู้เช่าต้องรับผิดชอบด้วย” คำถามนี้ถ้าผมเป็นผู้เช่ารถ และไม่เคยเช่ารถมาก่อนเลย ก็อาจจะถามเหมือนกัน แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ในฐานะคนทำธุรกิจรถเช่านั้นการที่รถเกิดอุบัติเหตุ ค่าเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสน แล้วได้เงินมาแค่ 5,000 บาทนั้นเรียกได้ว่าไม่คุ้มกันเลย

ผมจะอธิบายนะครับว่าทำไมจึงต้องมีค่าความเสียหายส่วนแรก… เมื่อเกิดอุบัติหตุขึ้น รถที่เช่าเกิดความเสียหาย บริษัทรถเช่าก็สามารถเรียกร้องให้บริษัทประกันช่วยชำระค่าเสียหายได้ แต่บริษัทรถเช่าก็ต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรกให้กับบริษัทประกัน 1,000 – 2,000 บาท (อัตราในปัจจุบัน พ.ศ.2552) แล้วแต่กรณีการเกิดอับัติเหตุ หลังจากนั้นรถที่เสียหายก็จะถูกนำไปซ่อมในอู่ซ่อมรถ ลองนึกภาพดูนะครับ ตอนนี้เครื่องมือทำมาหากินของเราเข้าไปอยู่ในอู่เสียแล้ว แล้วเราจะเอาอะไรหารายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ฟังแล้วน่าสงสารไหมครับ อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ เคยเจอบางธุริกจรถเช่าที่ปิดไปก็เพราะรถเกิดอุบัติเหตุบ่อยนี่แหละครับ

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องต้นแล้ว ยังมีค่าดำเนินการต่างๆ ค่าลากรถ ในกรณีรถเสียหายหนัก (ซึ่งบางกรณี ไม่สามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันได้เพียงพอ หรืออาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน) และหากมีคดีเกิดขึ้น เราก็ยังต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่สถานีตำรวจและศาล

จริงๆแล้ว ในมุมมองของคนทำธุรกิจรถเช่า ไม่อยากให้รถตัวเองไปชนหรอกครับ เพราะเงินที่ได้จากค่าความเสียหายส่วนแรกมักจะไม่คุ้มกับความเสียหายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งรถที่ชนหนักมา เวลาขายต่อก็ไม่ได้ราคา นับเป็นความสูญเสียอีกอย่างน้อยก็เป็นหลักหมื่นบาท

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

จากประสบการณ์ที่เพียวคาร์เร้นท์อยู่ในธุรกิจรถเช่ามามากกว่า 30 ปี ทำให้เราเจอนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว คนมากมายที่ต้องการเช่ารถทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ แน่นอนครับคนส่วนใหญ่ก็มักจะสนใจเรื่องราคาก่อนอื่นใด แต่ที่แตกต่างกันมากๆระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติคือ ชาวไทยมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับชาวต่างชาติ เรื่องราคามักจะไม่ใช่ประเด็นหลักเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่อง ประกัน

เมื่อชาวต่างชาติต้องการเช่ารถ โดยเฉพาะชาวยุโรป และชาวอเมริกัน มักจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งเรื่องประกัน ก่อนการเช่ารถ เขาจะถามอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องประกัน เช่น ประกันที่เราใช้เป็นประกันประเภทไหน ประกันนี้รวมถึงบุคคลที่ 3 หรือไม่ ถ้ามีคนบาดเจ็บเขาต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ที่เขาต้องถามมากมายนั้นเพราะหากไม่มีประกัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องรับผิดชอบครับ

หากผมจะสรุปในเบื้องต้น หากเราต้องการเช่ารถ เราก็ต้องสนใจเรื่องประกันในประเด็นต่างๆดังนี้
ประกันภัย หรือ ประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันชั้น1 ที่บริษัทรถเช่าทำไว้ เป็นประกันที่ถูกประเภทหรือไม่ ประกันที่ถูกต้องนั้น ต้องระบุในกรมธรรม์ว่าสามารถใช้เพื่อการพาณิชย์ จึงจะสามารถคุ้มครองรถเช่าได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ประกันชั้นหนึ่งที่ทำกับรถยนต์ส่วนบุคคลส่วนใหญ่ก็มักจะทำโดยระบุผู้ขับคนเดียว ประกันประเภทนี้มาใช้กับรถเช่าไม่ได้ครับ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันก็จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ภาระหนี้ทั้งหมดก็จะตกอยู่กับผู้เช่าหรือผู้ขับครับ

จริงๆแล้วเราจะไปขอตรวจสอบรถเช่า ขอดูกรมธรรม์ว่าถูกต้องหรือไม่ก็อาจไม่สะดวก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจริยธรรมของผู้ประกอบการครับ แต่ก็มีฝรั่งบางคนที่ขอดูกรมธรรม์ก่อนเช่ารถก็มีนะครับ

ค่าความเสียหายส่วนแรก เท่าไหร่ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องถามครับ เพราะไม่งั้งเราอาจจะเดือดร้อนหากเกิดอุบัติเหตุ แล้วไม่มีเงินจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรก และบริษัทรถเช่าบางแห่งก็เปิดโอกาสให้ลูกค้าซื้อประกันเพิ่มเติม เพื่อลดหรือยกเลิกค่าเสียหายส่วนแรกได้

มีค่าใช้จ่ายอื่นใดอีกหรือไม่ที่ผู้เช่าต้องจ่ายหากเกิดอุบัติเหตุ ถ้าเช่ารถกับบริษัทรถเช่าที่มีมาตรฐานเหมือนกับมาตรฐานสากลก็มักจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ครับ จะมีผู้ให้บริการบางรายที่มักจะเรียกเก็บค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ หรือเรียกว่า ค่าเสียเวลา หรือ ค่าจอดซ่อม อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่หนักหนาเอาการนะครับ เช่น ถ้าเราเช่ารถราคา 1,000 บาท/วัน ถ้ารถต้องซ่อม 15 วัน บริษัทรถเช่าก็อาจจะเรียกร้องเงินจากลูกค้าเพิ่มอีก 15,000 บาท โอย!! โดนเรียกเก็บเงินแบบนี้ต้องร้องโอยจริงๆครับ

ถ้าอ่านถึงตอนนี้แล้ว ก็น่าจะตระหนักถึงความสำคัญของประกันแล้วใช่ไหมครับ โอเค ท่องให้ขึ้นใจนะครับ “ถ้าจะเช่ารถ ต้องมีประกัน” และต้องเป็นประกันถูกประเภท และเช่ากับบริษัทรถเช่าที่ไว้วางใจได้ ผมเคยได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากผู้เช่ารถที่มีปัญหากับบางบริษัทรถเช่าในยามเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผมก็ช่วยและแนะนำอะไรไม่ได้มาก ก็ต้องคุยกันดีๆ ขอประนีประนอมกันไป ต้องจำไว้นะครับ กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,

เรื่องนี้ว่าไปแล้วก็น่าเจ็บใจเป็นที่สุดครับ หลายท่านอาจเคยมีประสบการณ์คล้ายๆกันคือ จอดรถเอาไว้ ไปทำธุระ กลับมาปรากฎว่า รถถูกชน ไอ้คนเลวที่ขับรถชนเรามันหนีไปเสียแล้ว ไม่มีใครรู้ว่ารถคู่กรณีเป็นรถยี่ห้ออะไร รุ่นไหน หรือรู้ก็จำทะเบียนรถไม่ได้

หลังจากเกิดเหตุ เราก็ต้องไปแจ้งประกัน แต่พอเล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเคลม (หรือ ฝ่ายสินไหม) ฟังเรียบร้อย เขาก็บอกว่ากรณีอย่างนี้เขาต้องดำเนินการเหมือนกับเราเป็นฝ่ายผิด เนื่องจากไม่มีคู่กรณี ถ้าใครไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน หรือไม่เข้าใจเหตุผลก็อาจจะหัวเสียไปหลายวันเลยครับ

ทีนี้ถ้าเราลองใจเย็นๆ ทำใจเป็นกลาง ลองมายืนอยู่ในมุมมองของฝ่ายบริษัทประกันดูบ้างครับ สมมุติว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหม มีลูกค้ามาเรียกร้องว่ารถถูกชนท้าย แล้วคู่กรณีหนีไปไม่รู้ว่าเป็นใคร เราจะพิสูจน์ได้อย่างไรครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ลูกค้าที่มาแจ้งเราอาจเล่าเรื่องจริง แต่จริงไม่ทั้งหมดก็ได้ครับ เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยากมาก เช่น รถของลูกค้าอาจถูกรถคันอื่นชนท้ายจริง แต่อาจไม่ได้หนีก็ได้ โดยลูกค้าได้เรียกร้องค่าเสียหายจากรถที่มาชนเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นค่อยไปแจ้งประกันว่าถูกชนแล้วหนี เหตุการณ์อย่างนี้มีเกิดขึ้นจริง และเคยเกิดขึ้นกับรถเช่าของเพียวคาร์เร้นท์ด้วย

สรุบได้ว่า การเกิดอุบัติเหตุ หรือการเสียหายกับรถโดยไม่มีคู่กรณี บริษัทประกันก็จะดำเนินการเหมือนกับเราเป็นฝ่ายผิด ซี่งเป็นเหตุให้รถเสียประวัติ และต้องเสียค่าความเสียหายส่วนแรกด้วย (ถ้ากรมธรรม์ระบุไว้)

การจอดรถให้ถูกกฎจราจร ไม่จอดใกล้ทางโค้ง จะช่วยลดโอกาสที่จะถูกชนได้มากครับ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , ,

ระยะหลังมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่รู้จักกับผม และรู้ว่าผมทำธุรกิจรถเช่าในภูเก็ต แนะนำลูกค้าใหม่ๆมาให้เรามากมาย ลูกค้าใหม่ๆส่วนมากก็เป็นเพื่อน หรือคนรู้จักกับเพื่อนๆของผมนั่นแหละครับ เขาบอกว่าเช่ารถขับแล้วบางครั้งไม่ต้องกังวลมาก รู้สึกสบายใจในการขับขี่มากกว่าการที่ต้องยืมรถของเพื่อนมาขับ

นิสัยใจจริงของคนไทยก็เป็นคนที่มีน้ำใจ (น้ำใจนี่แหละครับ เป็นคำที่อาจไม่มีคำจำกัดความในภาษาอื่น แต่คนไทยรู้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีไว้หยิบยื่นให้แก่กัน) เมื่อมีเพื่อนจากต่างถิ่นมาเที่ยว ก็อยากให้เพื่อนสบาย ให้ยืมรถใช้ แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงรถ และเพื่อนหลายคนก็มักจะเกรงใจ ไม่อยากใช้รถของเพื่อน การหารถเช่าจากบริษัทที่ไว้ใจได้ก็เป็นทางออกที่ดีครับ

จริงๆแล้วการยืมกันก็ไม่แปลกอะไร เราก็ทำกันมาตั่งแต่เด็ก เวลาไปโรงเรียนถ้าลืมดินสอ ยางลบ เราก็ยืมกันได้ ผลัดกันให้ ผลัดกันรับ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนๆดีขี้ด้วย แต่การยืมรถนั้นต่างกัน เนื่องจากรถสามารถเกิดอุบัติเหตุได้ สูญหายได้ บางครั้งเราขับระวัง ไม่ได้ขับไปชนใคร แต่คนอื่น กลับไม่ระวัง ขับรถมาชนรถของเราก็มีบ่อยไป ซ้ำร้ายบางคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ขับมาชนรถของเราแล้วหนีไปก็มี นี่และครับเป็นเหตุให้หลายๆคนไม่อยากยืมรถเพื่อนมาขับ เพราะถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นแล้วมันทำใจลำบากทั้งสองฝ่าย

การเช่ารถ เป็นการตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นครับ เพราะถ้าเช่ารถกับบริษัทที่มีมาตรฐาน ก็มักจะมีประกันอุบัติเหตุให้กับผู้เช่าด้วย ในสัญญาการเช่ารถก็มักจะระบุวงเงินที่แน่นอนที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบในกรณีที่รถเช่านั้นเกิดอุบัติเหตุหรือสูญหายครับ ทำให้ผู้เช่าสามารถจำกัดความรับผิดชอบของตนเองไว้ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นในบางครั้งการเช่ารถจึงทำให้เราสบายใจกว่าการยืมรถเพื่อนมาขับมากครับ

ที่ เพียวคาร์เร้นท์ เรามีประกันชั้นหนึ่ง คุ้มครองรถเช่าทุกคัน และประกันชั้นหนึ่งของเราเป็นประกันเพื่อการพาณิชย์ครับ จึงสามารถคุ้มครองผู้เช่าได้ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยปกติหากเกิดอุบัติหตุ หรือสูญหาย เราจะจำกัดความรับผิดชอบของผู้เช่าไว้เพียง 5,000 บาทแรกครับ (ข้อมูลปี พ.ศ. 2552) แต่มีข้อแม้ว่าลูกค้าต้องไม่ปฏิบัติฝ่าฝืนข้อกำหนดของกรมธรรม์ประกันภัยนะครับ เช่น ไม่ดื่มสุราเกินกำหนดของกฎหมาย ไม่ใช้รถเพื่อการแข่งขัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นลูกค้าสบายใจได้เมื่อเช่ารถกับเรา

บริษัทเช่ารถบางที่อาจใช้แค่ประกันชั้นหนึ่งส่วนบุคคล อันนี้ต้องระวังนะครับ อาจเกิดปัญหาได้เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ เพราะบริษัทประกันภัยจะปฏิเสธความรับผิดชอบเนื่องจากใช้รถผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ รู้อย่างนี้แล้วเวลาเช่ารถควรตรวจสอบเรื่องประกันด้วยนะครับ

ข้อมูลโดย เพียวคาร์เร้นท์ (Pure Car Rent)
เว็บไซต์ www.purecarrent.com

Tags: , , , , ,
Back to top