ในปัจจุบัน ผมคิดว่าบริษัทรถเช่าแทบทุกที่ต้องขอข้อมูลบัตรเครดิตจากลูกค้าเพื่อยืนยันการจอง และบ่อยครั้ง สำหรับลูกค้าที่ไม่เคยเช่ารถมาก่อนก็ย่อมสงสัย ว่าจะเอาข้อมูลบัตรเครดิตไปทำอะไร ต้องให้ข้อมูลอะไรกับบริษัทรถเช่าบ้าง

ปกติข้อมูลบัตรเครดิตที่บริษัทรถเช่าต้องการจากท่านคือ หมายเลขบัตร ชื่อผู้ถือบัตร วันหมดอายุ และ ccv (เลข 3 หลักสุดท้ายที่อยู่หลังบัตร สำหรับบัตรวีซ่า หรือมาสเตอร์ หรือ เลข 4 ตัวที่อยู่หน้าบัตร สำหรับบัตรอเมริกัน เอ็กเพลส)

ลูกค้าหลายท่านก็จะสงสัยว่าต้องเอาข้อมูลทั้งหมดเลยหรือ
จำเป็นต้องเอาข้อมูลทั้งหมดครับ เพราะในการขออนุมัติวงเงินจากธนาคารนั้น ปัจจุบันธนาคารต้องการข้อมูลทั้งหมดเพื่อประกอบการพิจารณาครับ

แล้วให้ข้อมูลทั้งหมดบนบัตรไป จะอันตรายไหม
หลายท่านกลัวว่า บริษัทรถเช่าหรือคนที่ได้ข้อมูลบัตรไป จะนำบัตรไปใช้จ่ายทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งผมคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะปัจจุบัน การที่จะชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิตผ่านทางเน็ตนั้น นอกจากข้อมูลบัตรเครดิตข้างต้นแล้ว ยังต้องใช้รหัสลับอีกตัวหนึ่ง ถ้าไม่มีก็จะใช้บัตรนั้นไม่ได้ (ตามมาตรฐานของ Verified by Visa หรือ Master Secured)

เพราะฉะนั้นการชาร์จค่าใช้จ่ายเข้าไปในบัตรเครดิต จะชาร์จได้โดยร้านค้าที่ท่านให้ข้อมูลบัตรไปเท่านั้นครับ และจะปรากฎชื่อร้านค้าในใบเรียกเก็บเงินของบัตรเครดิต หากมียอดค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้อง หรือท่านไม่ได้ใช้ ท่านก็สามารถปฏิเสธการชำระเงินได้ตามปกติ

อยากจะทำความเข้าใจครับว่า จริงๆต่างคนก็ต่างกลัว บริษัทรถเช่าก็กลัวครับ การที่มีคนเอาเงินแค่ไม่กี่พันบาทมาให้ แล้วเอารถเช่าคันหนึ่งราคาเป็นแสนเป็นล้านไป เขาก็ต้องแน่ใจว่า คนๆนั้นจะไม่ขโมยรถของเขา  ผู้เช่าหรือลูกค้าก็กลัวครับ กลัวว่าจะโดนชาร์จเกินกว่าที่ตกลงไว้ในบัตรเครดิต เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องเลือกบริษัทรถเช่าที่ไว้ใจได้ เพื่อความสบายใจครับ